#ตลกร้าย FT เอฟเอคัพ รอบ5 : Manchester United 1 - 0 West Ham United

ข่าว แมน ยู แมนยูล่าสุด แมนยูคลับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แมนฯยูไนเต็ด รายชื่อผู้เล่น นักเตะแมนยู manchester united thailand facebook ข่าวแมนยู facebookLiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก

ขณะเชียร์สดก็คิดว่า ประเด็นสำคัญคงไม่มีอะไรมากนัก คิดว่าเขียนชิลๆไม่ต้องละเอียดมาก เพราะทีมชนะสบายๆ แต่หลังจากที่กลับมานั่งดูเทปfull matchแบบเต็มๆอีกครั้ง ทำให้ผมเห็นประเด็นอะไรบางอย่างชัดกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ "ฟานเดอเบค" ที่ถกเถียงกันมากมาย รวมถึง "ปัญหาของแรชฟอร์ด" ด้วยว่า สาเหตุจริงๆมันเกิดจากอะไรกันแน่

เหลือเชื่อว่า ประเด็นแรชกับVDB สองเรื่องนี้ก็ "เกี่ยวพันกันในตัวมันเอง" อีกด้วย ทุกอย่างก็ผูกอยู่กับภาคการเล่นเกมบุกในองค์รวมของทีมเราที่มันสัมพันธ์กันทุกส่วน
ดังนั้นการพูดถึงสองกรณีนี้ก็จะโยงกับฟอร์มการเล่นของทีมโดยตรง เพราะมันคือแทคติกหลักที่เกิดขึ้นของทีมเราจริงๆ
จากเกมที่นั่งดูตอนเชียร์สดคิดว่าไม่มีอะไร พอมานั่งดูใหม่มันสามารถนิยามแมตช์นี้ด้วยภาษาอังกฤษงูๆปลาๆของผมให้เข้าใจกันง่ายๆได้เลยว่า
"It's all about tactics"
----------------------
1. formation และการจัดตัว
บอลถ้วยโอเล่ก็ยังคงจัดทีมในลักษณะชุดผสมอยู่ คือคงตัวหลักเอาไว้ และบางตำแหน่งก็ส่งตัวrotationลงมาสลับเปลี่ยนกันเล่น ซึ่งช่วยให้นักเตะเราไม่กรอบจนเกินไป
โกลเป็นน้องดีนตามคาด ส่วนแผงแบ็คโฟร์ทายเอาไว้ว่าเป็นตวนเซเบ้ที่อาจจะได้ลงมา แต่โอเล่ยึดตัวหลัก เปลี่ยนแค่ตำแหน่งเดียวคือแบ็คซ้ายมี AWB, Lindelof, Maguire, Telles เฝ้าแผงหลังอยู่
มิดฟิลด์ตัวกลางสองคนวันนี้เราได้เห็น Fred กับ Matic ลงตามพรีวิวเดาไว้เป๊ะๆเนื่องจากพี่แกสองคนเป็นตัวที่ไม่ได้ลงตัวจริงในเกมกับเอฟเวอร์ตัน
ตัวรุก4คนวันนี้ ใช้VDBลงแทนตำแหน่งบรูโน่เลยในจุดกลางรุก
ฟร้อนท์ทรีในแดนหน้าเป็นหมาสามหัวเฝ้าประตูนรกอย่าง
หมาครัช หมาเที่ยว และหมาสั้น
ลงเป็นกองหน้าforwardสามตัวจากซ้ายไปขวาตามลำดับ
ภาพรวมถือว่า "โอเค" เพราะทีมจำเป็นต้องพักคาวานี่เอาไว้บ้าง แล้วส่งเด็กหนุ่มในทีมที่ร่างกายสดและฟื้นสภาพเร็วกว่า ลงไปวิ่งในสนาม รวมถึงการพักพี่หนวดไว้บนม้านั่งด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนผีอยากจะเห็นอยู่เหมือนกัน
ในแดนหลังที่งานจะไม่หนักเท่าพวกกองกลางหรือตัวรุกที่ต้องวิ่งหนัก ก็ใช้คู่CBเดิมไป ไม่เอาวัยรุ่นอย่างตวนเซเบ้ลงมา ก็ช่วยทำให้เกมรับดูจะไว้ใจได้มากกว่า ในแมตช์ที่แพ้ตกรอบเช่นนี้
------------------------
2. Tactics
2.1 ตัวรุก4คนหน้าสุดไม่มีนักเตะสายPlaymaker
จากการจัดตัว11คนแรกเบื้องต้น โดยทั่วไปดูเหมือนจะโอเค แต่มันมีประเด็นอย่างหนึ่งที่ต้องพูดคุยกัน นั่นก็คือ การจัดทีมที่"ไม่มีเพลย์เมคเกอร์"อยู่ในสนามเลยแม้แต่คนเดียว
โอเล่ใช้สามประสานเป็นกองหน้าวัยรุ่นที่เล่นสไตล์Forwardแบบเดียวกันทั้งสามคน ไม่ว่าจะแรชฟอร์ด มาร์กซิยาล กรีนวู้ด ซึ่งใช้ความเร็วในการไปกับบอล เพื่อหาจังหวะเข้าทำและจบสกอร์ เหมือนกันทั้งสามคน
ประเด็นคอขาดบาดตายคือ สามคนนี้ล้วนแแต่ไม่มีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมรุกให้มีประสิทธิภาพที่ดีได้ คือเรียกง่ายๆว่าทำเกมรุกด้วยตัวเองไม่ค่อยเวิร์คทั้งสามคน แฟนผีน่าจะรู้ดี
จากปัญหาที่เรารู้กัน เช่นการติดบอลชายเดี่ยว ปัญหาการตัดสินใจ และจินตนาการในการเล่น
เกมวันนี้ก็เป็นเช่นนั้น หลักๆคือปีกสองข้างอย่างแรชฟอร์ด และกรีนวู้ด ก็ยังบุกกันได้ขาดๆเกินๆ คนที่ทำได้ดีกว่าในภาคการทำเกมวันนี้เป็น"กรีนวู้ด" ที่ดูจะดีกว่าแรชฟอร์ดนิดหน่อยด้วยซ้ำ แต่รวมๆก็ยังไม่สามารถสร้างเกมบุกที่อันตรายๆได้จากการเล่นของสองคนนี้เท่าไหร่
ส่วนมาร์กซิยาลยืนกองหน้าตัวเป้าอยู่แล้ว จึงอาจจะไม่ต้องนับรวมในกรณีนี้ แต่ให้รู้ว่ามันไม่มีคนครีเอทเกมรุกจาก3กองหน้าเราก็แล้วกัน
-----------
แดนหน้า3คนครีเอทเกมไม่ได้ โอเล่ก็ยังใส่กลางรุกที่ไม่ใช่เพลย์เมคเกอร์ลงไปตัวเดียวอีก นั่นก็คือฟานเดอเบคนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการจัดไลน์อัพเช่นนี้คือ
"เกมรุกในแดนหน้า4คน ไม่มีตัวสร้างสรรค์เกมรุกดีๆให้กับทีม"
อันนี้ยังไม่ใช่ปัญหานะครับ แต่คือ"ประเด็นแรก"
-----------------------
2.2 ขนมเบื้องนอร์เวย์
สิ่งที่เกิดขึ้นในยามบุกคือ "ตัวรุกทั้ง4เข้ามาอยู่ในกรอบเขตโทษกันทั้งหมด" และยืนอยู่ติดกับdefensive lineของเวสต์แฮมกันทุกคนด้วย
ที่น่าสนใจคือ "ฟานเดอเบค" จะเข้าไปยืนในจุดที่เป็นเหมือน "กองหน้าเงา" ของคนที่เล่นหน้าเป้า นั่นก็คือมาร์กซิยาลนั่นเอง
ฟานเดอเบคจะยืนอยู่ใกล้ๆกับหมากในจังหวะทำเกมบุกเข้าไป
เท่านั้นยังไม่พอ แบ็คทั้งสองข้างของทีมเราก็จะเติมสูงขึ้นมาเป็นตัวรุกด้านข้างที่ "ขึงริมเส้น" อย่างชัดเจนอีกข้างละคนด้วย ดังนั้นคุณจะเห็นแล้วว่าตอนนี้ นักเตะที่ขึ้นมาเล่นเกมรุกแดนหน้ามีทั้งหมด "4+2=6คน" ด้วยกัน เรียงหน้ากระดานยาวที่ใช้พื้นที่แผ่ออกมาในแนวกว้างบริเวณ wide position อย่างเต็มที่
การแผ่ที่ว่านี้ผมก็จินตนาการนึกถึงการแผ่แป้งคล้ายๆขนมเบื้อง ขนมโตเกียว เมื่อมันเป็นทีมของโซลชา ดังนั้นผมถึงได้เรียกแทคติกที่เข้าไปในกรอบคู่แข่งลักษณะนี้ว่ามันแผ่เป็น "ขนมเบื้องนอร์เวย์" นั่นเอง
แต่....แล้วเราจะเล่นกันยังไง ถ้ามีแต่คนขึ้นไปอยู่แดนสูง?
เป็นคำถามที่ควรถามอย่างมาก
คำตอบก็คือ เราใช้ "เฟร็ด กับ มาติช" ดันสูงขึ้นมาตรงกลางเพื่อทำเกมนั่นเอง สองคนนี้จะคอยครองบอล และค่อยๆหาจังหวะเปิดเกมเข้าไปในกรอบเขตโทษนั่นเอง
ถ้าคุณย้อนกลับไปดูจะเห็นเลยว่า คนที่วางบอลในรูปแบบต่างๆ ทั้งบอลงัดข้ามกองหลัง / บอลยาว / บอลเรียด / บอลช่อง วันนี้หลักๆจะเป็นมาติช กับ เฟร็ด ในหลายๆช็อต
แต่ถ้าทำเกมโดยใช้แค่สองคนมันก็ค่อนข้างอันตราย อย่างที่แฟนเพจทักผมมาในโพสต์เมื่อวานว่า "ขนมเบื้องนี่ถ้าโดนตัดบอลนี่หนักเลยนะครับ หลังโล่งเลยนะ" ..
อันนี้พูดถูกต้องเลยครับ แต่ที่มันไม่เกิดขึ้น เป็นเพราะว่า โอเล่ใช้ "เซ็นเตอร์แบ็ค2คน" ของเราที่มีสกิลการเล่นกับบอลดีๆทั้งคู่อย่าง แมกไกวร์ กับ เลิฟ ในการเติมunderlapขึ้นมาจากสองด้าน ขึ้นมาช่วยมิดฟิลด์อีกทีนึง
ก็อย่างที่ทราบกันว่านี่คือสกิลของพวกกองหลังสาย ball-playing เกมของแมนยูจึงใช้CBช่วยครองบอลจ่ายบอลเยอะมากจริงๆ และวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แมก-เลิฟ เติมขึ้นมาช่วยครองบอลจ่ายบอลให้แดนหน้าอีก2 รวมแล้วคนที่ทำหน้าที่ครองบอลหลักๆในจังหวะบุกจะมีอยู่4คนตามนี้นั่นแหละ จึงเป็นสาเหตุทีว่าทำไม เฟร็ด กับ มาติช ถึงได้ขึงอยู่หน้าแผงเกมรับเวสต์แฮมได้โดยไม่อันตรายจากการเสียบอล
เพราะแมกไกวร์กับเลิฟเติมขึ้นมาช่วยจ่ายบอลนั่นเอง อันนี้ดูเทปการแข่งก็จะเห็นชัดๆ โดยเฉพาะตัวที่จ่ายบอลจากหลังเด่นมากคือแมกไกวร์ที่เติมสูงขึ้นมาจ่ายให้เพื่อนบ่อย และทำแม้กระทั่งจ่ายบอลให้ฟานเดอเบคเองโดยตรงด้วยซ้ำ
และนอกจากนี้ก็ใช่ว่า6ตัวบนที่เหลือจะไม่ช่วยเลย เพราะปีกทีมเราอย่างเช่น แรชฟอร์ด กรีนวู้ด ก็จะถอนต่ำสลับกับแบ็คสองข้าง ลงมาช่วยต่อบอลริมเส้นด้วย
ทั้งหมดทั้งมวล คนที่อยู่ทุกที่และช่วยให้แมนยูครองบอลเบ็ดเสร็จได้ง่าย ลื่นไหล และต่อเนื่อง แม่งก็คือ ดอนนี่ ฟานเดอเบค ที่แฟนผีบางส่วนด่าเขาเละเนี่ยแหละ
ตลกร้ายชะมัดเลย
VDB เป็นคนทำให้ทีมเราครองบอลเล่นกันได้ง่ายมากๆ ที่คนด่าๆกันอยู่ในประเด็นนี้ ผมจะบอกว่า ก็เพราะการ "แปะ" ดังกล่าวนี่แหละ เพื่อนถึงได้เล่นกันลื่นแบบนี้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะเขียนให้ดูในหัวข้อถัดไปว่า เด็กคนนี้ทำอะไรไว้บ้างในเรื่องการครองเกม
ทั้งหมดนี้ที่เขียน มันคือแทคติกการเล่นของแมนยูที่บุกใส่เวสต์แฮมในช่วงครึ่งแรกและต้นครึ่งหลัง เราก็จะครองบอลบุกกันด้วยทรงขนมเบื้องแผ่ในกรอบเขตโทษดังกล่าวนี่แหละ โดยมีคนละเลงขนมเบื้องหลักๆเป็นมิดฟิลด์สองคนตรงกลางที่คอยหาจังหวะเปิดบอลเข้าไปยังfinal-thirdนั่นเอง
------------
2.3 โอเล่"ตั้งใจ" วางแผนการเล่นแบบนี้
หลายๆคนน่าจะจำกันได้ ศาลาผีเขียนเสมอๆว่า การใช้ ฟดบ ที่ถูกต้อง ต้องมี "ตัวทำเกมรุกหลัก"ในสนาม เนื่องจากว่าสไตล์การเล่นของเดอเบคไม่ใช่กลางรุกตัวที่ทำเกมบุกด้วยตัวเอง
อยากให้คนเลิกคิดว่าฟานเดอเบคจะต้องเล่นแทนบรูโน่ หรือเล่นให้ได้แบบบรูโน่กันมากๆเลย
ถ้าในสนามมีคนทำเกมหลักอยู่ มันจะทำให้VDBไม่ต้องครองบอลไว้ และเคลื่อนที่เข้าไปรอจู่โจมใน "จุดตายของคู่แข่ง" ได้อย่างอิสระและอันตรายขึ้น
และ "คนทำเกมหลักๆ" ดังกล่าวนั้นก็จะมี "เป้าให้จ่ายบอล" เพิ่มขึ้นในกรอบอีกคนด้วย
------------
ตอนแรกพวกเราก็คิดกันว่า โอเล่จะมองเห็นเรื่องนี้รึเปล่า
ผมคิดว่าโอเล่รู้ประเด็นนี้อยู่แล้วแน่นอน
แรกเริ่มเดิมที โซลชาบอกแบบชัดเจนว่าเขาชื่นชอบและต้องการใช้งานมิติการเล่น"ในกรอบเขตโทษ" ของฟานเดอเบค นั่นแปลว่าแกรู้จักสไตล์นักเตะดีที่จะเติมขึ้นสูงมาค้ำอยู่ในกรอบเป็นกองหน้าตัวพิเศษยามบุก ซึ่งมันช่วยเพิ่มพลังการทำประตูและเกมบุกให้ทีมได้
เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้ด้วยว่า เขาไม่ใช่ตัวเพลย์เมคเกอร์ที่จะเปิดเกมแบบบรูโน่ และถ้าจะใช้ฟานเดอเบคโดดๆ มันแปลว่าทีมจะขาดคนครีเอทเกมรุก ในเกมที่ทีมไม่มีป็อก มาต้า บรูโน่ในสนาม
สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมนี้ก็คือ
โอเล่ตั้งใจสั่งแผนให้มาติชกับเฟร็ด"ดันขึ้นสูงมาทำเกมรุก"
อันนี้เห็นชัดๆเลย เพราะปกติแล้วเวลาทำเกมบุกใส่คู่แข่งที่ตั้งรับลึก บรูโน่กับป็อกบาจะเป็นคนคุมเกม
วันนี้ มาติชกับเฟร็ด ดันขึ้นมาขึงเกมสูงตลอดเวลาที่ทีมกำลังบุกอย่างเห็นได้ชัดและมีนัยสำคัญ นั่นแปลว่านี่คือคำสั่งจากโซลชาชัดเจน เพราะไม่งั้นอยู่ดีๆนักเตะกลางต่ำสองคนจะกล้าดันสูงได้ยังไง ถ้าไม่มีการเตรียมการเล่นกันมาก่อน
เพื่อทดแทนการหายไปของตัวทำเกมที่ดันขึ้นหน้า โอเล่จึงใช้กลางต่ำดันขึ้นมาเล่นรุกตรงกลาง และให้CBสองตัวเป็นตัวช่วยร่วมกับริมเส้นที่สลับๆลงมานั่นเอง
เมื่อมันเกิดจากความตั้งใจที่มีการปิดจุดอ่อนไว้แล้ว นั่นแปลว่าวันนี้โอเล่ "ไม่ได้จัดแผนผิด" อย่างที่ตอนแรกเราสงสัยกันว่า ทำไมใช้ฟานเดอเบคคนเดียว ไม่ส่งบรูโน่ มาต้าลงสนามมาทำเกม (ก็ยูนิตกลุ่มโจรเงามายานั่นละ)
"การสั่งให้มาติชกับเฟร็ดดันขึ้นสูงมาทำเกม มันแปลว่า โอเล่ตั้งใจและรู้ดีอยู่แล้วว่าจะไม่ใช้ฟานเดอเบคเป็นตัวที่ทำเกมนั่นเอง"
********************************
#ประโยคนี้ขีดเส้นใต้ไว้เน้นๆเลย
สกอร์ 0-0 ในครึ่งแรกจึงเป็นไปตามคุณภาพการทำเกมบุกจากเฟร็ดมาติชที่อาจยังไม่คมเท่าป็อกโน่ บวกกับตัวริมเส้นก็ทำเกมกันไม่ได้ด้วยในครึ่งแรก อย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าทุกอย่างมันสัมพันธ์กันหมด เราจึงยังไม่ได้ประตูกันในครึ่งแรก เพราะไม่มีคนสร้างสรรค์เกมรุกที่ดีเพียงพอจากสักจุดเลย
-------------------
3. "ฟานเดอเบค"
หลายคนอาจจะคิดว่าวันนี้ศาลาผีมาเขียนถึงVDB เหมือนจะมาช่วยแก้ต่างให้ เพราะเป็นตัวที่ผมชอบ หรืออวย ก็เลยแก้ตัวให้
เสียใจด้วยครับ ฟานเดอเบคเป็นนักเตะที่ผมเอาใจช่วยเหมือนเด็กๆคนอื่นนี่แหละ ไม่มีอะไรพิเศษ ผมไม่ใช่ติ่งฟานเดอเบค
ถ้าจะมีใครสักคนสองคนในทีม ที่ศาลาผีจะยอมรับว่า เออ กูติ่ง กูชอบของกูจริงๆ ผมว่าแฟนเพจก็น่าจะรู้มั้ง ไหนลองเดาๆหน่อยว่าศาลาผีเป็นติ่งใคร ลองคิดสัก10วิในหัว
..ตอบถูกครับ ใช่แล้ว ติ่งคาวานี่จ้าาาาา 55555
อยากให้รู้ว่าผมไม่ได้ต้องมาปกป้องอะไรดอนนี่ขนาดนั้น ทีมชุดนี้ผมโคตรชอบ"คาวานี่" ต่างหาก แฟนเพจน่าจะเห็นอาการเวลาผมเขียนถึงคาวานี่นะ ปีนี้ตั้งใจจะสกรีนเบอร์7ซะด้วยซ้ำ
อีกคนที่ปลื้มจัดๆก็มีบรูโน่อีกคน ดังนั้นถ้าจะมีใครที่ศาลาผีอาจจะbiasเล็กน้อย ก็คงเป็นคาวานี่แหละ แต่บังเอิญว่าคาวานี่มันก็เล่นดี ไม่ค่อยมีอะไรให้ติด้วย จึงไม่เป็นปัญหา ส่วนอีกคนนึงที่ศาลาผีใช้คำว่ารักมากหน่อย ก็อาจจะมีแรชฟอร์ดละมั้ง แต่รักมันแบบน้อง เพราะงั้นผมจึงมีสิทธิ์ที่จะ "ด่าน้องชายตัวเอง" ได้เต็มที่เหมือนกันด้วยความรัก เพราะอยากให้มันพัฒนาขึ้น
-----------------
3.1 แทคติกของมอยส์ กระจกสะท้อนของVDB
การที่ใช้ "กลางรุกสอดเข้าเขตโทษ" นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด วันนี้เหมือนฟ้าประทาน "เดวิด มอยส์" มาเป็นคำตอบในเรื่องนี้ได้อย่างดี เพราะมอยส์ก็ใช้วิธีการแบบนี้เหมือนกัน
เป็นวิธีเข้าไปกดดันแบบโบราณๆ แต่ได้ผลเชิงประสิทธิภาพสูง
ถ้าจำกันได้ตั้งแต่สมัยคุมเอฟเวอร์ตัน หรือแมนยูด้วย มอยส์นั้นใช้งาน"เฟลไลนี่" ให้ยืนในตำแหน่ง "กลางรุก" ของทีม ซึ่งในปัจจุบันนี้เขาคุมเวสต์แฮม มอยส์ก็ยังมีนักเตะตัวที่ใช้งานในแทคติกนี้อยู่ อย่างที่ผมเขียนพรีวิวเอาไว้
เขาคือ Tomáš Souček กองกลางร่างใหญ่สูง192cm ของเวสต์แฮมนี่เอง ที่เกมนั้นมอยส์ก็ใช้ซูเช็คก็ยืนกลางรุกของเวสต์แฮมด้วย
มิติเดียวกันกับเฟลไลนี่ ซูเช็คเป็นกองกลางตัวใหญ่สายbox to box ที่เล่นรับก็ได้ และเวลารุกก็ใช้เติมเข้าไปกดดันในกรอบเขตโทษได้ ด้วยความสามารถในการทำประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโหม่ง ที่กลางรุกของมอยส์จะต้องตัวใหญ่และโถมไปโหม่งได้
ดาวซัลโวขุนค้อนตอนนี้ก็ "ซูเช็ค" ไงล่ะ ซัดไป 8เม็ดในลีกแล้ว
นี่คือแทคติกหนึ่งของมอยส์ในการใช้งานกลางรุกเข้ากรอบเขตโทษ มันคือ "ฟังก์ชั่น" เดียวกันกับการใช้ฟานเดอเบคของแมนยู แต่ต่างกันที่"วิธีการเล่น" ที่VDBจะสอดเข้าไปอยู่ในตำแหน่งอันตรายๆและว่างๆในกรอบ เพื่อโจมตีหรือจ่ายต่อให้กองหน้ายิงนั่นเอง ส่วนซูเช็คนั้นกดดันลูกโด่งด้วยขนาดตัวได้
ฟังก์ชั่นการใช้งานของ VDB เบื้องต้น แผนของมอยส์คือตัวอย่างที่ดีในการอธิบาย
--------------------
3.2 "Shadow Striker"
หลายคนคิดว่าคำนี้ผมตั้งมาเองเล่นๆเหมือนที่ชอบตั้งชื่อท่าให้นักเตะ แต่จริงๆแล้ว มันคือ "ตำแหน่งการเล่นจริงๆ" ในสนาม
Shadow Striker มันคือ "กลางรุก"ที่สอดเข้าไปเล่นในกรอบเขตโทษ และยืนใกล้ๆกันกับกองหน้าตัวจริงของทีม คล้ายๆเป็นเงาของstikerนั่นแหละ ตรงตามชื่อตำแหน่งเลย
เป็นคนจบสกอร์ตัวพิเศษในกรอบ
ตำแหน่งนี้คือการสอดไปยิงจากจุด"กลางรุก" หลายคนมาถามผมบ่อยๆว่ามันคล้ายๆมุลเลอร์ไหม?
ถ้ามิติการสอดเข้ามายิงในกรอบก็ต้องบอกว่า คล้ายๆ แต่ต่างกันที่มุลเลอร์สอดเข้ามาจากตำแหน่งปีก เป็นปีกที่ไร้สกิล ไม่มีความเร็ว ทักษะ เทคนิคใดๆสูงส่ง แต่มักจะโผล่มายิงได้บ่อยๆเสมอ และเจ้าตัวเรียกตำแหน่งนี้ว่าเป็น Raumdeuter (รอมด๊อยเตอร์) นั่นเอง คือปีกพลังจิต สอดเข้ามายิง
เอาจริงๆแล้วบนโลกนี้ยังมีจ่าเย็น มงคล ทศไกรอยู่อีกคนนะที่เป็นปีกแบบนี้ มุลเลอร์อาจจะไม่รู้จักแกก็ได้(ฮา)
Shadow Striker จะต่างจาก Raumdeuter ตรงที่ การสอดจะทำขึ้นมาจากตำแหน่ง"กลางรุก"นั่นเอง ส่วนรอมฯจะสอดจากตำแหน่งปีก
ชาโดว์ฯไม่ใช่กองหน้า แต่กายภาพของมันยังคงเป็นกลางรุกอยู่ดี ซึ่งก็คือฟานเดอเบคนั่นเอง และวันนี้เขาก็เล่นเป็นShadow Striker แบบเต็มตัว
----------------------
3.3 "ฟานเดอเบคทำได้แค่แปะบอลง่ายๆ?"
#แต่ก่อนจะแปะแบบนั้นได้คุณต้องทำอะไรก่อน
การเล่นฟุตบอลจริงๆนั้น ไม่ได้มีแต่การยิงประตู, แอสซิสต์ เปิดบอลแม่น เลี้ยบอลเก่ง
แต่มันคือ "ศาสตร์แห่งการยืนตำแหน่งการเล่นในสนาม" เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทีมต่างหากที่สำคัญไม่แพ้สกิลเล่นบอล ต้องใช้ทั้งในเรื่องของเซนส์ ไอคิวฟุตบอล และความคิดในการอ่านเกมมาประกอบ
วันนี้สิ่งที่หลายคนมองเห็นกันแต่การแปะบอลสั้นง่ายๆของเขานั้น จริงๆมันไม่ใช่แค่ "แปะบอลสั้นง่ายๆ"
เพราะการแปะบอลง่ายที่พวกเขาเหล่านั้นเห็น มันเกิดจากการ
"ขยับตำแหน่งตัวเองให้พร้อมที่จะช่วยเหลือและรับบอลต่อจากเพื่อน"
นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งที่VDBทำ ไอ้ที่เห็นแปะง่ายๆเพราะเขาขยับไปทั่วสนามเพื่ออยู่ตำแหน่งที่ช่วยทีมได้ทุกจุดนั่นเอง
---------------------
3.4 ตำแหน่งของVDBในสนาม คือดัชนีบ่งชี้แอเรียการเล่น
ประเด็นนี้คือผลจากข้อข้างบน VDBนั้นserviceเพื่อน "ทุกตำแหน่งในสนาม" ด้วยการขยับไปช่วยเหลือตลอด
ไม่ว่าบอลจะถูกนำไปเล่นบริเวณไหน คุณจะเห็นVDB ยืนๆเดินๆอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นแทบจะตลอดทุกครั้งในสนาม บางทีเห็นวิ่งอยู่อีกฝั่งนึงสุดขอบจอ แต่พอบอลเปลี่ยนแกนไปอีกด้าน สักพักVDBก็ไปอยู่ข้างนั้นแล้ว ใช้การ "อ่านเกม" ล่วงหน้าแล้วค่อยๆขยับตำแหน่งตัวเองเข้าไปยืนในจุดนั้นโดยไม่ต้องสปีดให้เปลืองแรง
เขาตามไปserviceเพื่อนในทุกจุด ขยับตำแหน่งอยู่ตลอดเวลาเพื่ออยู่ในตำแหน่งรองบอลให้เพื่อนได้เล่นกันสะดวกๆต่างหาก
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "ฟานเดอเบคไม่ทำอะไรเลย" จริงหรือ?
ฟุตบอลเค้าไม่ได้เล่นกันแต่เฉพาะคนที่มีบอล คนที่ไม่มีบอลก็ต้องเล่นตลอดเวลาเช่นกัน คนที่พูดแบบนั้นแปลว่าเขามองไม่เห็นความสำคัญของการหาตำแหน่ง(off the ball) ว่ามันสำคัญกับทีมขนาดไหน
---------------------
3.5 การแทนตำแหน่งโดยตรง เพื่อให้เพื่อนขยับไปโจมตีจุดอื่นได้
ข้อนี้คล้ายๆกับข้อ3.5 เป็นมิติการเล่นโดยไม่มีบอลด้วยการ ขยับหาตำแหน่ง (off the ball)ในจุดที่ดีตลอดเวลา แต่สิ่งที่ฟานเดอเบคทำ ยังมีเหนือกว่านั้นอีก ก็คือ เขายังroamingไปยังทุกจุดและสามารถแทนตำแหน่งเพื่อนโดยตรงไปเลย
จุดที่เห็นชัดสุดคือ การถ่างออกมาด้านข้างของฟานเดอเบค ที่นอกจากจะต่อบอลซัพให้ปีก+แบ็คแล้ว บางทีพี่แกมายืน "แทนแบ็ค" หรือ "แทนปีก" ในจุดที่ชิดเส้นข้างสนามแบบเป๊ะๆด้วยซ้ำ
เพื่ออะไร? คำตอบคือ "เขาไปยืนแทน เพื่อให้เพื่อนสามารถขยับออกจากตำแหน่งตัวเองได้อิสระ" เพื่อไปทำเกมรุกให้กับทีมต่อไป
หลายๆครั้งที่ VDB ถอยลงไปชิดเส้นตัวต่ำด้านขวา แทนตำแหน่งกับวานบิสซาก้า เพื่อให้AWBได้ขยับตำแหน่งขึ้นไปบุกสูงในแดนหน้าได้ในช็อตนั้นๆ เพราะหลังจากช็อตนั้น ทีมก็วางบอลยาวขึ้นไปจริงๆ เพราะมีนักเตะเราวิ่งขึ้นหน้าไปแล้วจากการแทนตำแหน่งให้กัน
เป็นการส่งเสริมให้เพื่อนใช้ความสามารถได้เต็มศักยภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหลุดตำแหน่งนั่นเอง เกมจึงไหลลื่นอิสระยิ่งขึ้น
บางที ฟานเดอเบคก็ยืนตำแหน่งปีก แล้วเล่นคู่กับแบ็ค
หลายๆครั้งที่เขา ทำตัวเป็นแบ็ค และวิ่งoverlapออกวงนอก ทำทางเผื่อให้เพื่อนจ่ายบอลขึ้นหน้าให้เขา จากปีกที่ตัดเข้าใน ก็เห็นบ่อยเช่นกัน
ผมอยากให้คนที่บอกว่า "แปะบอลอย่างเดียว" ได้มาดูจริงๆว่า ฟุตบอลที่VDBเล่นในสนาม เขาแปะบอลอย่างเดียวจริงๆอย่างนั้นหรือ? คุณไม่เห็นความพยายามในการวิ่งทำทาง วิ่งหาตำแหน่งตลอดเวลา และแทนตำแหน่งให้เพื่อนโรมมิ่งไปยังจุดอื่นๆได้เลยเหรอ
คุณไม่เห็น แต่ผมเห็นเต็มๆ และเห็นตลอดเวลาที่เขาอยู่ในสนาม
-----------------
3.6 ความน่าสะพรึงกลัวอยู่ที่การสอดเข้าไปอยู่ใน"จุดตาย" ที่คุกคามและอันตรายกับทีมคู่แข่ง
ข้อนี้ผมโคตรอยากเขียนที่สุด จริงๆร่ายประโยชน์นี้ข้อเดียวยังได้เลย กล่าวคือ สิ่งที่ฟานเดอเบคทำและอันตรายที่สุดในการเล่นของเขา คือการที่มักจะไปยืนอยู่ในจุดอันตรายต่อคู่แข่งตลอดเวลา
หรือพูดง่ายๆคือ ถ้าผมเป็นทีมฝั่งตรงข้าม เจอฟานเดอเบคเล่นแบบนี้ใส่ ผมเป็นแนวรับผม "เครียด" เลยนะ เพราะต้องพะวงกับมันตลอดเวลา หลุดคลองสายตาไม่ได้เลย เพราะเขาจะขยับเข้ามายืนในจุดอันตรายที่จะเล่นงานคู่แข่งในพื้นที่สุดท้ายได้ตลอด
ไม่ใช่การเข้าไปแอบหลบอยู่หลังคู่แข่งเหมือนที่ใครเข้าใจ
ปัญหามีอยู่เพียงแค่สองอย่างคือ
-เพื่อนจะมีวิชั่นมากพอจะ "มองเห็นเขา" ยืนในจุดนั้นมั้ย?
-เพื่อนจะจ่ายมาถึงเขาได้สำเร็จหรือไม่?
เหลือแค่นี้เท่านั้นเอง
เกมกับเวสต์แฮมผมเห็นการเข้าไปยืนของฟานเดอเบคในแต่ละครั้ง มันเป็นจุดที่หลุดทุกครั้ง ถ้าหากบอลมาถึงเขา พูดเลยว่าโดนแน่ เพราะที่ยืนนั่นคือจุดตายในกรอบเขตโทษทุกครั้ง
การเล่นแบบนี้โคตรคุกคามพื้นที่คู่แข่งจริงๆ เหลือแค่ว่าบอลจะมาถึงรึเปล่า อย่างที่เกมนี้เห็นกันว่า เพื่อนบางคนก็พอจะมองหาทางจ่ายให้ฟานเดอเบคในตำแหน่งที่ดีตลอด หากบอลไปถึง แม่งได้เสียวทุกครั้งจริงๆ
ปัญหาคือเพื่อนบางคนยังตามเซนส์ตรงนี้ไม่เจอ และไม่ได้วางบอลมาให้เท่านั้นเอง
-------------------
3.7 "สภาวะหลุดประกบตลอดเวลา"
นี่คือข้อสำคัญอีกข้อที่รวมอยู่ในสกิลหลักการoff the ballของเค้า ผมจะบอกว่า ฟานเดอเบคนั้นขยับหาตำแหน่งที่ดีตลอดเวลา อย่างที่เราเห็น และตลอดการชมเค้าเล่นในสนา ไม่มีแม้แต่สักครั้งที่ฟานเดอเบค "โดนตามประกบตัวได้" แบบจริงๆจังๆ
เข้าไปยืนในกรอบ ก็ไม่มีใครตามmarking เพราะว่าขยับเข้าสู่ที่ว่างในกรอบที่เป็นจุดไร้การป้องกันเสมอ
ส่วนการยืนในพื้นที่outfieldทั่วๆไป ฟานเดอเบคจะขยับตำแหน่งให้ยืนโล่งๆ และพร้อมรับบอลต่อจากเพื่อนให้จ่ายได้ง่ายๆ นั่นก็ไม่มีตัวประกบเช่นกัน
พูดแบบภาษาการ์ตูน หมอนี่ทำตัวเหมือนชายผู้กินผล"ล่องหน" เข้าไปแบบแอบซาลอมกับชิริวแห่งสายฝน
มองหาไม่ค่อยเจอในสนาม แต่ว่ามีอยู่ตลอด
ส่วนจังหวะในกรอบเขตโทษ หมอนี่ทำหน้าที่เหมือนแอสซาซิน(Assassin) ที่จะโผล่มาแว้บเดียวอย่างรวดเร็ว และฆ่าแบบไร้ร่องรอย
นี่แหละครับ สิ่งที่ฟานเดอเบคทำ คือหาตำแหน่งให้ตัวเองเปิดอยู่ในโหมด"สภาวะหลุดประกบ" ตลอดเกมนั่นเอง
และทั้งหมดนี่แหละครับที่ใครบางคนบอกว่า ฟานเดอเบคแค่แปะบอล แต่ผมมองเห็นออกมา7หัวข้อ 2200ตัวอักษร
อาจจะมโนไปเองก็ได้มั้ง ^^'
-------------------
4. ปัญหาของแรชฟอร์ด
อีกประเด็นนึงที่เห็นในวันนี้คือ ผมเริ่มรู้แล้วว่าแรชฟอร์ดมีปัญหาเพราะอะไร
บังเอิญว่าวันนี้แรชมีตัวเปรียบเทียบลงสนามมาพร้อมกันพอดีอย่างมาร์กซิยาล เพราะการเล่นที่เนียนของหมากวันนี้ทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างระหว่างสองคน
ด้านความขยัน active พลังงานการเล่น : แรช>หมาก แน่นอน
แต่สิ่งที่หมากเหนือกว่าแรชคือ ทักษะ เทคนิคฟุตบอล
ที่น่าสนใจคือ ปัญหาเรื่องของ การตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายของแรชที่ไม่ค่อยดีนั้นเกิดจากอะไร
สังเกตมานานได้ข้อสรุปแล้วว่า แรชฟอร์ด "ใช้ความคิดในการเล่นเยอะเกินไป"
หากเทียบกับหมากในวันนี้ ย้อนไปดูเลยว่าแต่ละช็อตที่หมากเล่นคือไม่มียึกยัก ทำอะไรทำเลย เช่นบอลแทงมาจากเตลีส พี่แกก็ยิงเลยทันที หรือถ้าจะล็อคเข้ากลาง ก็ล็อค แล้วก็สับไกเลย แม้จะติดบล็อคหรือยิงช้า แต่ลักษณะของการตัดสินใจมันค่อนข้างแน่วแน่เป็นเส้นตรง เหมือนผิวน้ำนิ่งๆ
แต่ของแรชฟอร์ด การตัดสินใจแต่ละอย่างนั้น เขา"พยายามที่จะใจเย็น" มากเกินไปด้วยการคิดการเล่น อย่างที่เราเห็นบางประตูของแรชที่หักสองสามทีแล้วค่อยยิงอย่างเยือกเย็น
มันคือดาบสองคมที่Strikerไม่ควรมี แต่ควรยิงด้วยสัญชาตญาณมากกว่า
การคิดเยอะไปของแรชฟอร์ดทำให้การตัดสินใจมันช้าลงราวๆ0.5-1วิ คือ"1จังหวะ" ในทุกๆเพลย์ที่เกิดขึ้น
ต่างกับหมาก กรีนวู้ด คาวานี่ ที่เล่นกันflowมากกว่า ไม่ต้องคิดเยอะ เวลายิงพลาดก็พลาดไป จ่ายก็จ่ายเร็วกว่า เพราะหลายๆครั้งที่แรชไม่จ่ายไม่ใช่ว่าไม่เห็น บางทีแกก็ลังเลที่จะจ่าย สุดท้ายคิดเยอะไปเลือกคำตอบที่สองด้วยการลองเลี้ยงหนีไปต่อ เพราะกลัวว่าจะจ่ายไปไม่ถึงเพื่อนก็มี
มาร์กซิยาลกลับกลายเป็นคนชี้ปัญหาของแรชให้เห็น ผ่านการเล่นที่แตกต่างกันชัดเจนในจังหวะเข้าทำ
วิธีแก้ปัญหาของแรชคือ ลดการใช้ความคิดลงหน่อย แล้วปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบของการเล่นฟุตบอลมากกว่านี้นิดนึง
จังหวะไหนควรเย็นก็จ่ายบอลเพื่อน ดึงช้า หามุม
จังหวะไหนควรร้อน ลากปุ๊บยิงเลย มุมแคบช่างแม่ง ดีกว่าไม่ได้ยิง แบบนี้จะลดเวลาที่เสียไป1วิฯ และการเล่นจะดูสมูธขึ้นแน่นอน
ปัญหาอยู่ที่การคิดเยอะของแรช ทำให้การตัดสินใจมันพังไปด้วย
---------------
5. เกมในครึ่งแรก
เราพูดถึงประเด็นหลักๆของแทคติก และกรณีใหญ่ๆไปแล้ว มาบรรยายเกมบ้าง
ครึ่งแรกมา อาจจะไม่มีอะไรเด่นชัดนักในการจบสกอร์ แต่เป็นแมนยูที่ครองบอลดีกว่าอยู่ข้างเดียว ด้วยสถิติทั้งเกมแมนยูครองบอล 62% โอกาสยิง17ครั้งเข้ากรอบ5 ส่วนเวสต์แฮม 120นาทีมีattemptsอยู่แค่3ครั้ง เข้ากรอบครั้งเดียวที่ไอ้ดีนได้เซฟคือลูกโหม่งนาที113ของเบนราห์มา แค่นั้นเองจริงๆ
อย่างที่บอกว่าแมนยูครองเกมบุกด้วยแผนขนมเบื้องในกรอบ ตัวที่เด่นๆของแมนยูหลักๆคือ "มาติช" ที่คุมเกมคนเดียวทั้งสนาม และฟานเดอเบคที่อยู่จุดต่างๆช่วยทีมตลอดเวลา สองคนนี้ที่ผมเห็นว่าเด่นในครึ่งแรก
โอกาสยิงแรกเป็นของหมากที่รับบอลแทงจากเตลีสมาได้ยิงเร็วแต่ติดบล็อค ซึ่งหมากเป็นอีกคนที่โดนด่าหนักมาก แต่ส่วนตัวศาลาผีมองว่าเขาเล่นดีนะวันนี้ ดีกว่าปีกอย่างแรชกับไม้เขียว แม้ลูกนาทีสุดท้ายที่ยิงจ่อๆติดเซฟก็ให้อภัยได้ นอกจากนี้ความขยันก็เต็มเปี่ยม พี่แกวิ่งหาตำแหน่ง ขยันเล่นกับเพื่อนดี
กลายเป็นว่าแรชฟอร์ดอีกที่ยังคงฝืนลากเลี้ยงคนเดียวจนทำเสียบอลง่ายๆแทบทุกครั้งในช่วงต้นๆครึ่งแรก กลายเป็นว่าทางขวา กรีนวู้ดทำเกมดีกว่าซะอีก ไม่ฝืนมากและได้โอกาสยิงก่อนแต่ติดบล็อค แม้กรีนวู้ดเองก็มีช็อตพลาดคล้ายๆแรชบ้างนิดหน่อย แต่ภาพรวมผมให้ไม้เขียวดีกว่า
ช่วงครึ่งแรกมีจังหวะใกล้เคียงที่นาที26ลูกโหม่งเตะมุมของลินเดอเลิฟที่แฉลบเกือบเข้า แต่ฟาเบียงสกี้ก็อุตส่าซุปเปอร์เซฟปัดได้ยังไงไม่รู้ทั้งๆที่บอลแฉลบเหมือนเซสชั่นซ้อมโกลเลย ปัดมาถากเสาออกไปอีก ลูกนี้ใกล้เคียงได้ขึ้นนำมาก อย่างที่บอก CBเราเติมสูงขึ้นมาช่วยมิดฟิลด์ทำเกม
อีกคนที่เด่นคือเตลีส แต่ปัญหาคือเขาไม่ค่อยวิ่งขึ้นหน้าตะลุยได้แบบชอว์ ความต่างจึงเห็นชัดว่าฟอร์มสู้ชอว์ไม่ได้ทั้งรุกรับ แต่ภาพรวมถือว่าสอบผ่าน
จังหวะนาที27 พี่แกทำเกมและวิ่งทะลุมาทางซ้าย และเปิดครอสเรียดมาให้VDBที่ยืนตำแหน่งแบบโล่งโจ้งไม่มีใครทันมาประกบสักคน ได้จิ้มยิงแต่ก็แฉลบบล็อคข้ามคานออกไป
แต่ตัวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็มี นอกจากแรชฟอร์ดก็มีเฟร็ดอีกคนที่ศาลาผีเห็นว่ามันจ่ายบอลเสียแบบไม่น่าเสียบ่อยมาก อันเป็นปัญหาเดิมๆ แต่ถามว่าขาดเฟร็ดได้รึเปล่า ขอตอบแบบย้อนแย้งว่า ก็ขาดพี่แกไม่ได้อีกนั่นแหละ
เกมครึ่งแรกเน้นที่มาติช ฟดบ เป็นหลัก ช่วงต้นๆเกมVDBพยายามวิ่งหาตำแหน่ง ชี้นิ้วบอกเพื่อนสองครั้ง ไม่มีใครจ่าย แต่ช่วงท้ายครึ่งเริ่มมีคนเห็นแล้ว
นาที45เขาวิ่งทำทางสวยงามและเฟร็ดเปิดไปให้ แต่น้ำหนักเกิน
นาที46 "Berba Spin" อันลือลั่นของเมสั้นไม้เขียว
นาที47 คอมโบ มาติช ฟานเดอเบคเริ่มเกิดขึ้นแล้ว เมื่อมาติชจ่ายเรียดให้ ฟดบ ที่ปล่อยบอลผ่านจะไปให้ไม้เขียวแต่ติดบล็อคก่อน
จบครึ่งแรก 0-0 แบบที่โอกาสยิงแมนยูราวๆ 7-8ครั้ง เข้ากรอบไป2ครั้ง
-------------
6. ครึ่งหลัง
เริ่มต้นครึ่งหลังมาก็ไม่ต่างกับครึ่งแรก เฟร็ดยังจ่ายเสีย แรชยังเลี้ยงเสียบอลก่อนเลย ส่วนเตลีสก็ยังพยายามเหมือนเดิม ชอบpassionกับเกมตอนที่ยกเท้าสูงเสียฟาล์ว พี่แกเสียดายมากแสดงว่าตั้งใจเล่นจริงๆ
มาติช กับ ฟานเดอเบค ก็ยังคงแบกการเล่นของทีมต่อไป (ทำขนาดนี้คนยังมองเห็นแค่ว่าได้แค่แปะอีกเหรอฟะเนี่ย) ลักษณะการเล่นของ ฟดบ มันเป็นบอลดัตช์แท้ๆ เห็นชัดกว่าเดิมคือการให้แล้วไป (give and go) เนี่ยแหละ คือพอจ่ายบอลให้เพื่อน ฟานเดอเบคขยับตำแหน่งไปจุดได้เปรียบต่อทันที และแม้เพื่อนจะไม่ได้จ่ายมาให้ แต่เขาได้สร้างทางเลือกไว้แล้ว จนกระทั่งเพลย์ถัดไปอีก
คนที่รับบอลต่อก็จะมองเห็นฟานเดอเบคที่ยืนตำแหน่งที่ดีรอไว้แล้ว บอลจากมาติชจึงจ่ายไปหาฟานเดอเบคได้อีกครั้งในตำแหน่งหลังไลน์เกมรับ เกือบหลุดไปสองครั้ง และชิ่งเร็วกับหมากอย่างงาม
ช่วงครึ่งหลังนี่คือมาติชมองหา ฟดบ เจอชัดเจนเลยจนจ่ายสวยๆไปให้บ่อยๆ จะมีก็เพียงมาติชคนเดียวนี่แหละที่หาน้องเจอจริงๆ
จังหวะใหญ่ของครึ่งหลังมีนาที52 ที่บอลแฉลบมาจากขวาทางกรีนวู้ด และบอลหลุดมาทางเสาไกลทางซ้ายถึงแรชฟอร์ดโล่งๆคนเดียว แต่ยิงไม่เข้าอย่างน่าเสียดาย ยังคงเป็น 0-0 ในขณะที่กองหลังเราอย่างลินเลิฟ ก็มีจ่ายบอลพลาดง่ายๆให้เห็นจนเกือบโดนสวนหาย ดีว่าพี่แกสกัดแก้ตัวทัน
สุดท้ายแล้วนาที72โอเล่เปลี่ยนตัวครั้งแรกสองคน ส่งบรูโน่กับแม็ค ลงมาแทนมาติชและ ฟดบ ตามตำแหน่ง ซึ่งก็เป็นสองคนที่เป็นแกนทีมมาตลอดเกม ซึ่งจังหวะนี้ผมไปเห็นทางช่องunited standแกหัวเสียตอนเห็นแม็คลงสนามมาว่า ลงมาทำไม เกมต้องการประตูโว้ย
เรื่องนี้มีคำตอบซัพพอร์ตหลายข้อ
1.มาติชเหนื่อยแล้วท้ายเกม งานหนักมา70นาที
2.เขาอาจจะลืมไปว่า แม็คโทมิเนย์เนี่ยแหละ ตัวจะเอาประตูเลยล่ะ
3.วางช็อตล่วงหน้า หากทีมขึ้นนำได้ เราก็จะไม่ต้องปรับแผนอุดเพิ่มเติม เพราะส่งแม็คลงสนามไปแล้ว ก็จะเป็นการเสริมเกมรับ เพิ่มเกมรุกไปในตัว ด้วยความเป็นbox to box ที่ศาลาผีเขียนไว้นั่นแหละ
เมื่อบรูโน่กับแม็คลงมา แมนยูก็กลับมาเล่นแบบปกติของทีมหลัก คือบรูโน่เป็นแกนเกมบุก และเปิดเกมด้วยตัวเอง จากที่ก่อนหน้านี้70กว่านาที เราไม่มีตัวครีเอทเกมรุกเลย แรช-กรีนวู้ดทำไรไม่ได้ มาติชสกิลรุกไม่พอ การเติมขอแบ็คอย่างเตลีสก็ดีบ้าง ติดบ้าง เกมมันเลยทำอะไรไม่ได้เยอะและไม่มีสกอร์
พอบรูโน่ลงมาจึงมีคนทำเกมรุกมากขึ้นแบบเห็นได้ชัด สุดท้ายหวยจึงไปออกที่ VDB โดนด่าอีกเช่นเคย เพราะเกมมันเปลี่ยนโฉม
เมื่อบรูโน่ลงสนามมา สิ่งที่เห็นชัดคือโอกาสเข้าทำเยอะขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการคอมโบกับหมาก จนหมากได้โอกาสจะยิงถึงสองครั้งแต่ยังไม่ได้ประตู ส่วนพี่หนวดเองก็มีพยายามยิงไกลเช่นกัน
ตอนท้ายๆเตลีสกดท่าครอสติดให้หมากที่มีความพยายามโฉบโหม่ง ก็ทำได้ดี แต่
พอล สโคลส์ อดีตกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยก บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือนักเตะที่เข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับทีมอย่างชัดเจน
"เราไม่คู่ควรจะได้ 3 คะแนน เราทำได้ไม่ดีพอที่จะชนะในเกมนี้ การจะได้ 3 คะแนนในพรีเมียร์ลีกนั้นต้องมีหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น คุณภาพ, จังหวะ, ทัศนคติ เรามีทัศนคติที่ถูกต้อง และการทำงานหนักที่นั่น เราไม...
อลัน เชียเรอร์ นักวิเคราะห์ บีบีซี สปอร์ต มองจุดอ่อนทีมโปรด แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำให้ยังดีไม่สุดว่าคือเกมรับหละหลวม หากคิดไปท้าชิงตำแหน่งแชมป์ลีกกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องแก้จุดนี้ให้ได้ ยูไนเต็ด เล่นไป 23 แ...
ขณะเชียร์สดก็คิดว่า ประเด็นสำคัญคงไม่มีอะไรมากนัก คิดว่าเขียนชิลๆไม่ต้องละเอียดมาก เพราะทีมชนะสบายๆ แต่หลังจากที่กลับมานั่งดูเทปfull matchแบบเต็มๆอีกครั้ง ทำให้ผมเห็นประเด็นอะไรบางอย่างชัดกว่าเดิม ...
มา! ได้เวลาที่เขาโชว์สเต็ปแดนซ์กันแล้ววว..
โอเล่ ดึงสิ่งที่ดีที่สุดจาก ปอล ออกมาในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเขาก็เริ่มที่จะโชว์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง คุณคงเห็นได้ว่าเขาเป็นยังไง ฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตอนนี้เราก็ได้มันมาและเห็นผลของมัน มัน...
"Win on our terms" คำที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 โอเล่ พูดด้วยสีหน้า แววตา ที่มีความสุขมากๆ ไม่ใช่เพราะว่าทีมชนะ "หงส์แดง" แต่อาจเป็นเพราะต้นกล้าที่เขาค่อยๆ ...
เกมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีอะไรให้เขียนในทุกๆนัดจริงๆ ไม่ว่าผมจะขี้เกียจ เหนื่อย หรือไม่ว่างไม่สะดวกด้วยเหตุใดๆก็ตาม แต่ผมอยากที่จะมานั่งเขียนหรือพูดคุยกับคนอ่านและแฟนเพจในทุกๆครั้ง ถ้าในอนาคตมีโอก...
ข้อมูลจากบีบีซีระบุว่านับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นในทุกรายให้แมนฯยูไนเต็ด 45 นัด ทำไป 28 ประตูกับอีก 17 แอสซิสต์
พวกเรามีปัญหากับการเอาชนะ 'ทีมใหญ่' ในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะ คู่อริตลอดกาล ที่เราเอาชนะพวกเขาไม่ได้เลยในช่วงหลายปีหลัง
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง