ศาลาผี #ป็อกเก้าเทพเจ้าแห่งความตาย EPL FT : Fulham 1 - 2 Manchester United

ข่าว แมน ยู แมนยูล่าสุด แมนยูคลับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แมนฯยูไนเต็ด รายชื่อผู้เล่น นักเตะแมนยู manchester united thailand facebook ข่าวแมนยู facebookLiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก

เกมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีอะไรให้เขียนในทุกๆนัดจริงๆ ไม่ว่าผมจะขี้เกียจ เหนื่อย หรือไม่ว่างไม่สะดวกด้วยเหตุใดๆก็ตาม แต่ผมอยากที่จะมานั่งเขียนหรือพูดคุยกับคนอ่านและแฟนเพจในทุกๆครั้ง ถ้าในอนาคตมีโอกาสอาจจะใช้สลับกับการทำคลิปพูดคุยวิเคราะห์เกมกันบ้าง แล้วก็สลับๆกับบทความข้อเขียนกันไป

เอาจริงๆเนื้อหายาวๆในเพจนี่ถ้าผมหยิบมา"พูด" มันจะแปปเดียวจบ ไม่ยาวเหมือนที่คนอ่านรู้สึกกับตัวอักษรในภาษาเขียน แต่ข้อดีข้อเสียมันก็มี เพราะถ้าสมมติว่าศาลาผีทำเป็นคลิป มันจะดูประเด็นเนื้อหาแบบเป็นสัดเป็นส่วนได้ยากหน่อย เพราะคุณก็จะต้องไปนั่งเลื่อนๆกรอคลิป แล้วก็ฟังทั้งคลิป ถึงจะรู้ว่ามันมีประเด็นอะไรบ้าง แต่ถ้าเป็นบทความโพสต์ตัวอักษร มันเป็นการดีต่อผู้อ่านในการจะอ่านเนื้อหาสาระ เพื่อนำไปคิดตามหรือวิเคราะห์ต่อได้
ดังนั้นผมจึงยังรู้สึกว่า การเขียนมันยังมีข้อดีอะไรบางอย่างที่สื่อสารเนื้อหาได้ดีและชัดเจนกว่าการทำคลิปพูดคุย เพราะฉะนั้น ผมคงจะเขียนต่อไปแบบนี้ให้อ่านกันอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่ว่าการเขียนแต่ละครั้งมันใช้เวลานานมากๆ และต้องใช้พลังงานและการรวบรวมข้อมูล นั่งดูซ้ำ คิดและวิเคราะห์เพิ่ม ดังนั้นบางทีมันอาจจะมาช้าหน่อย ยังไงก็ขออย่าเพิ่งทิ้งกันถ้ารีวิวหลังเกมมันมาช้า (อย่างรอบนี้ สองวันก่อนเน็ตผมเจ๊งหมด เลยเขียนงานไม่ได้)
แต่ทุกๆครั้งผมจะพยายามโพสต์ท้ายแมตช์แบบสั้นๆกระชับๆเอาไว้แล้ว เผื่อใครรีบร้อนอยากแสดงความเห็นพูดคุยกัน โพสต์สั้นหลังเกมนั่นแหละเหมือนการ "เปิดกระทู้" (คล้ายๆในพันทิปสมัยก่อน) เพื่อsummonอสูรทั้งหลายให้เข้ามาซัดกันบนหน้าเพจ วันไหนชนะก็เฮฮากันไป วันไหนแพ้ก็เหมือนแอดมินโดนด่าไปด้วยเพราะอารณ์แต่ละคนจะมาคุใส่ทีมกันดุเดือดมาก(555)
เกริ่นพอแล้ว อยากเขียนแล้วล่ะ ไปอ่านกันเพลินๆระหว่างรอแดงเดือดFA Cup ในคืนนี้ บอกเลยว่าวันนี้คุณจะได้อ่านศาลาผีจนเบื่อเลยล่ะ ^^
----------------------
1. แผนการเล่นและFormation
1.1 "กระท่อมสามเหลี่ยม"
คุยทางด้านฟูแล่มของสก็อตต์ ปาร์คเกอร์ก่อน พวกเขามาตามนัดจริงๆเมื่อใส่สูตร 3-4-2-1 มา หลังสาม ตรงกลางมีวิงแบ็ค+คู่มิดฟิลด์ ตัวรุกสองคนซ้ายขวาเป็นลอฟตัสชีค กับ คาวาเลโร่ ที่สลับกันเล่นกับหน้าเป้ากึ่งๆปีกอย่าง ลุคแมน (ในเกมรับมันจะกลายเป็น 5-4-1)
ตัวนักเตะก็ลงตามที่คาดการณ์เอาไว้ในพรีวิวเผากระท่อม อันนี้ไม่มีอะไรมาก แต่ทีน่าสนใจคือ ไอ้ตัวที่น่าจับตามอง มันก็ดั๊นเล่นดีตามที่เรากลัวจริงๆโดยเฉพาะDMตัวทำเกมจากแนวลึกอย่าง Anguissa นี่แสบมากๆจริง หมอนี่คนเดียวทั้งวางบอลยาว แทงบอลทะลุใส่เรานับครั้งไม่ถ้วนจนฟูแล่มเล่นงานเราได้เสียวสันหลังสุดๆ ส่วน Lookman คงไม่ต้องบอกแล้วว่าพิษสงมันขนาดไหน ทั้งพริ้ว ทั้งเร็ว คม และจี๊ดมากๆ คือเห็นแล้วอยากจะซื้อมาแทนพี่เบอร์9ของทีมเรามาก มันช่างต่างกันลิบลับเลย
แผนการเล่นของฟูแล่มนั้นไม่มีอะไร ก็แพ็คลึกแน่นปั้กแผ่กระจายหมดทั้งตรงกลางริมเส้นด้วยกำแพงหนาๆสองชั้น แล้วแดนหน้าทิ้งไอ้เจ้าลุคแมนรอวิ่งสวนกลับตัวเดียว ดังนั้นแมนยูก็จะเจอเกมรับเหนียวๆอีกครั้ง
แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ มัน"หายาก" มากๆนะที่จะเจอทีมที่ชอบบุกด้วยวิธีเล่นที่ใช้การ "แทงช่องวิ่ง" ได้ดีขนาดนี้ (ถ้าปาร์คเกอร์เล่นวินนิ่งพี่แกก็คงกดสามเหลี่ยมกันจนปุ่มจมแหงๆ)
ปกติจะเจอแต่รูปแบบอื่นๆในพรีเมียร์ลีก แต่ฟูแล่มดูจะเล่นลูกแทงช่องได้โหดสัสๆนั่นเป็นเพราะกองหน้าเขาสองตัวอย่าง คาวาเลโร่ กับ ลุคแมนนั้น สปีดฝีตีนเร็วจัดๆนั่นเอง พอมีตัวด้านหลังที่พร้อมวางบอลหรือแทงทะลุช่องให้ พวกนี้วิ่งโจมตีเพลินเลยล่ะ นอกจากนี้อีกแทคติกนึงในเกมบุกของฟูแล่มก็คือการให้ตัวด้านข้างวิ่งสอดแนวรับ คอยโจมตีอีกแรง จะได้เห็นจากคาวาเลโร่และชีคที่วิ่งสอดซ้ายทีขวาทีตลอดเวลา
ไม่รู้นะ แต่ผมชอบลูกแทงพวกเขามาก และดูการเล่นเกมบุกที่เป็นธรรมชาติและดูมีมาตรฐานที่ดีขนาดนี้ อันดับ18ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อยู่ ถ้าฮึดฟอร์มในการเจอทีมใหญ่ๆทั้งหลายในซีซั่นนี้ ไปฟัดกับทีมเลเวลเดียวกันได้พวกเขาก็มีสิทธิ์รอดเหมือนกัน
อนึ่ง ประเด็นนี้อยากเขียนเอาไว้ตรงนี้เลยเดี๋ยวลืม นั่นก็คือ หลายคนบอกว่า เฮ้ย เจอทีมอันดับแค่18 ยังกากขนาดนี้จะไปหวังอะไร ส่วนตัวผมไม่รู้สึกว่าอันดับในตารางมันจะสะท้อนอะไรได้มากนักเวลาที่ต้องลงแข่งขันกันจริงๆ มาตรฐานทีมมันค่อนข้างจะใกล้กันมากๆแล้ว ขนาดว่าเชฟยูอันดับบ๊วย แมนยูยังต้องลำบากคัมแบ็คเลย ถ้าจะโฟกัสกันแต่อันดับมากไป ลิเวอร์พูลไม่หนักกว่าเหรอแพ้อันดับ16อย่างเบิร์นลีย์ แต่แมนยูเองก็เกือบจะไม่ชนะเบิร์นลีย์มาเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น อันดับในตารางคู่ต่อสู้แม้จะน้อยแต่ก็ไม่สามารถเอามาเคลมได้ตรงๆว่า แมนยูเจอทีมอันดับต่ำยังลำบากเลย เพราะมาตรฐานทุกทีมมันขึ้นมาใกล้กันมากๆแล้ว ก็ดูที่ฟูแล่มเล่นสิ มันอันดับ18ตรงไหน เกมรับก็แน่น โกลก็ถือว่าเหนียว เกมรุกโคตรอันตราย จี๊ดจ๊าดกันแบบสุดๆ
เรื่องเจออันดับ18ยังลำบากอันนี้แอดคิดว่ามันไม่ใช่ประเด็นที่ต้องตำหนิกัน
1.2 "คู่กลางที่เปลี่ยนไปของปีศาจแดง"
แมนยูมาในระบบ 4-2-3-1 ทรงดีทรงเดิม ประกอบด้วยน้องเดเฝ้าเสา แบ็คโฟร์วันนี้ใช้ไบญี่คู่แมกไกวร์ ซ้ายขวายังคงเป็นชอว์กับบิสซาก้า ที่ขนาดกะว่าชอว์น่าจะได้พัก แล้วเตลีสลง แต่เชื่อว่าโซลชาคงมองเรื่องความต่อเนื่องของฟอร์มแน่นอน จึงอยากส่งชอว์ลงมาก่อนเพราะเกมแดงเดือดก็MoMอย่างที่เรารู้
สิ่งที่น่าสนใจคือคู่กลาง วันนี้โอเล่มาแบบหักปากกาเซียนทั้งโลกเหมือนเดิม เชื่อว่าไม่มีใครทายคู่กลางถูกที่จะเป็น เฟร็ด+ป็อก เช่นนี้ ส่วนแนวรุกสี่ตัวด้านหน้ายังดีที่ผมทายถูกหมดเหมือนกัน บรูโน่ หมาก คาวานี่ กรีนวู้ด ลงประจำการตามตำแหน่ง
ในด้านการเล่นต้องบอกแบบนี้ก่อนว่า แทคติกเริ่มต้นยืนพื้นที่โอเล่ใช้เวลาเจอทีมเล็กคือ จะส่งมิดฟิลด์สายโฮลดิ้งลงมาเสมอๆ และวันนี้แม้จะไม่ใช้ป็อกบามาติชอย่างที่คาดไว้ แต่ก็ส่งป็อกบาที่กำลังฮอต ลงมาเป็นตัวเก็บบอลในแดนกลาง แล้วค่อยคาดหวังการเชื่อมเกม+พลังงานในการบู๊แดนกลางของ "เฟร็ด" เป็นลูกหาบให้ป็อกคู่กันในแผงมิดฟิลด์
แดนหน้าไม่มีอะไรมาก คาวานี่ต้องมาอยู่แล้วเพราะว่าแดงเดือดสำรอง ส่วนมาร์กซิยาลที่ทายไว้ไม่ใช่ใดอื่น เพราะว่าเป็นตัวพักให้แรชฟอร์ดนั่นเอง ส่วนขวา กรีนวู้ดไม่ได้ลงสนามนานแล้วก็ได้โอกาสตามคาด และถ้าสังเกตดีๆคือ สามตัวด้านหน้าของเราคือ "ตัวจบสกอร์ล้วนๆ"
เมื่อเป็นแบบนี้นั่นคือ โอเล่กะที่จะมายิงฟูแล่มแบบเน้นๆด้วยการใส่ตัวจบสกอร์ลงไปในสูตรถึงสามคน แล้วรอมิติเพลย์เมคเกอร์จากบรูโน่+ป็อกบา ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้เราก็ค่อนข้างเชื่อว่า น่าจะยิงได้อย่างน้อยๆ2ลูกละน่า เลยทายเอาไว้ 0 - 2
ด้านแทคติกมันชัดเจนอยู่ในการจัดตัวผู้เล่นแล้ว ก็คือจะครองบอลให้ได้ด้วย แล้วก็เน้นจบสกอร์เป็นหลัก
-----------------------
2. รูปเกมที่เกิดครึ่งแรก
สิ่งที่เกิดขึ้นคือยูไนเต็ดโดนเปิดซิงในเกมนี้ก่อนอย่างไม่คาดคิดว่าแผงแบ็คโฟร์ที่เพิ่งจะแปลงร่างเป็น Fantastic Back Four สงสัยว่าใช้เวลาบนโลกมนุษย์เกินสามนาที แม่งกลับร่างเดิมกันอีกแล้ว(ฮา) เริ่มมา4นาทีโดนก่อนเลย Anguissa วางบอลยาวมาให้กับ Lookman ในแดนหน้าแล้วปรากฏว่าไม่ล้ำ เจ้าหนูลุคแหมนก็ยิงแม๊นแม่นเสียบเสาไกลย้อนตัวเดเคอาที่เทมาทางซ้ายนิดหน่อย ได้ประตูนำ 1-0 แบบที่ไม่มีใครคาดคิด
คนที่ผิดพลาดในจังหวะนี้แบบจัดๆเลยก็คือ อารอน วานบินซาก้า ที่ถ้าใครย้อนไปดูรีเพลย์ จะเห็นชัดเลยว่าทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนสุดท้าย แต่กลับเหม่อไปมองอะไรก็ไม่รู้ ไม่เช็คไลน์จนกว่าจะรู้ตัวอีกที กองหน้าเค้าหลุดเดี่ยวไปยิเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นว่าป็อกบาคนเดียวต้องวิ่งไล่ตามมาซะอีก และทีมพลาดเสียประตูในที่สุด
พูดถึงป็อกบา ผมได้แต่ภาวนาว่าจะมีใครจำได้ ในบรรดาข้อมูลวิเคราะห์ของบทความอันก่อนๆผมมีเขียนไว้เรื่องป็อกบาที่เล่นเกมรับมากกว่าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด (บทความเรื่องกลางรับ แม็คเฟร็ดติช มั้ง) เกมก่อนๆที่เห็นในสนามมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ป็อกบาวิ่งกว่าเดิมเยอะมากและลงต่ำมาช่วยทีมจริงๆจนแผงกลางมันกลายเป็น3คนที่ยืนสกรีนอยู่หน้าCB
เกมนี้ยังคงเป็นอีกครั้งที่ไอ้ป็อกโคตรขยัน โคตรพยายาม และทุ่มเทได้ใจมาก จังหวะนาทีที่10 จริงๆแมนยูควรได้จุดโทษลูกที่เฟร็ดบังบอลได้ก่อนในเขตโทษ โดนเตะจากข้างหลังร่วง แต่แอตคินสันเหมือนจะเมาเช็งซิมอี๊อยู่ ไม่เป่าซะงั้น
ส่วนไอ้VARแม่งก็เงียบเป็นเป่าสากไม่มีรีเพลย์ห่าอะไรเลย ซึ่งไม่ต้องแปลกใจ คนคุมVARคือ "เควิน (อัน)เฟรนด์" กรรมการเฮงซวยเจ้าเก่านั่นแหละ พอไม่เป่าปุ๊บ แมนยูโดนบุกสวนกลับซะงั้น ทำให้ป็อกบาต้องสปีดไล่ตามมาและจำเป็นต้องเตะตัดฟาล์วจนสังเวยเหลืองไปอย่างไว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น หากโดน 2-0 ก่อนรับรองว่าทีมลำบากแน่นอน
เป็นการยอมเสียเหลืองที่ดีที่สุดครั้งนึงเลยทีเดียว แถมป็อกบายังอยู่กับเหลืองนั้นไปอีกเกือบ90นาทีได้โดยไม่เสี่ยงอะไรเลย เราสบายใจมากๆ กลับกันถ้าพี่หนวดติดเหลือง รับรองว่าแฟนบอลเครียดแน่ๆเพราะไม่รู้พี่แกจะโวยวายหรือเล่นพลาดจนโดนใบสองเมือไหร่ กลับกัน เราไม่รู้สึกแบบนั้นกับเคสป็อกบาเลย นี่คงเป็นข้อที่ป็อกดีกว่าบรูโน่อีกข้อหนึ่ง
แต่ก็นั่นแหละ ยังดีที่มันเสียเร็ว ดูแมนยูปีนี้คงต้องบอกว่า เราไม่ห่วงอะไรมาก เพราะทุกคนน่าจะคิดในใจคล้ายๆผมก็คือ เออ โดนก็โดน เพราะเรารู้สึกได้ว่าเดี๋ยวแมนยูยิงคืนได้อยู่แล้วในยุคนี้ ซึ่งก็จริง เพราะหลังจากโดนปลุกด้วยประตูนำ ก็มาเอาคืนได้ในนาที20 เริ่มจากช็อตที่บรูโน่ยิงด้วยซ้าย บอลไปโดนโคนเสาแบบเต็มๆใบกระเด้งออกมา จากนั้นเป็นฝั่งแมนยูที่เก็บได้โดยหมากกับเฟร็ดที่ต่อบอลกับบรูโน่ที่ถ่างออกข้าง วิ่งไปรับบอลแล้วเปิดครอสเข้ามากดดันใส่หน้าปากประตู และก็เป็นอาเรโอล่าที่รับบอลพลาดกระฉอกออกมา กลายเป็นคาวานี่ที่ตามซ้ำเข้าไปอย่างโคตรชัวร์ ตีเสมอได้เร็วสำเร็จ 1-1 ลดความตึงเครียดให้ทีมเยอะ
ซึ่งลูกนี้ใครจะมองว่า โอ้ย แม่งยิงง่าย โกลเค้าพลาดเอง ผมจะบอกว่าลูกนี้ผมให้เครดิต"การยืนตำแหน่ง" ของคาวานี่ที่ยืนตำแหน่งดีตลอดทุกเกมที่เขาลงสนาม มักจะพาตัวเองไปยืนในจุดได้เปรียบที่พร้อมทำประตูได้ตลอดเวลา
ลูกนี้ก็เช่นกัน เขายืนค้ำตัวบนสุดในจังหวะทีมทำเกมบุกมาด้านข้าง และพร้อมชาร์จบอล แม้บอลจะมาไม่ถึงแต่ก็ยืนอยู่ใกล้ๆตรงนั้นจนเกิดความผิดพลาดที่มาเข้าทาง
และที่ดีนอกจากpositioningก็คือ ปฏิกิริยาตอบสนองต่อบอลที่กระฉอกออกมาของคาวานี่คือเร็วและประสาทสัมผัสคมกริบมากๆ พุ่งเข้ามาชาร์จทันที เร็วกว่าโจ ไบรอันที่ยืนข้างๆ ยิงลอดตัวอาเรโอล่าเข้าไปอีก หากเป็นคนอื่นที่ยิงไม่คม ผมว่ามีติดเซฟได้นะ
นี่คือข้อดีของการมี "กองหน้าตัวเป้าขนานแท้" ที่ผมเขียนในเพจมาตลอดว่า การมีคนยืนในกรอบคอยรอยิงรอจบ และเล่นชิงจังหวะกับกองหลังมันสำคัญขนาดไหน เพราะถ้าเป็นForwardตัวอื่นๆในทีมเรา ไม่มีทางเกิดลูกตีเสมอนี้แน่นอน
เมื่อตีเสมอได้แล้วแมนยูก็ยังคงบุกต่อเพื่อหาทางเอาประตูขึ้นนำ และได้ลุ้นเพิ่มจากการต่อบอลจากซ้ายโดยชอว์มาที่เฟร็ดซึ่งมีส่วนร่วมกับเกมรุกเยอะมาก ไหลมาให้บรูโน่ที่สอดอยู่ระหว่างไลน์กลาง-หลังของฟูแล่ม และก็ได้ยิงไกลอีกครั้งจนอาเรโอล่าต้องบินพุ่งเซฟไปอย่างสวยงาม
อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ตรงกับบทความแทคติกอันล่าสุดนี้(ไปอ่านด้วย) เรื่องการจะพัฒนาเกมบุกของแมนยูให้ไปไกลกว่านี้ เราจำเป็นต้องพาลำเลียงบอลไปให้บรูโน่ในพื้นที่หน้าแผงหลังของคู่แข่งให้ได้บ่อยครั้ง อย่าให้บรูโน่ต้องหลุดตำแหน่งไปจุดอื่นเพราะต้องลงไปล้วงบอล หรือวิ่งไล่บอล
มีช็อตให้ลุ้นอีกหลายครั้งในครึ่งแรกของทั้งสองทีม โดยลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาถึงหัวแมกไกวร์ แต่โขกหลุดกรอบออกไปแบบห่างไกลความเจริญสุดๆ แมกไกวร์เป็นกองหลังที่โหม่งแบบ "กองหลัง" จริงๆ คือโหม่งสกัดอย่างเดียว แต่คุมทิศทางบอลไม่ได้
ดังนั้นลูกโขกของเขาจึงแทบจะช่วยอะไรเกมบุกไม่ได้เลยถ้าจะเป็นการโขกทำประตูโดยตรง แต่ถ้าจะเป็นตัวรอโหม่งตั้งย้อนกลับเข้ามาน่าจะดีกว่าในการใช้แมกไกวร์เล่นลูกโด่งในช็อตเซ็ตพีซ
ด้านฟูแล่มก็มีจังหวะแองกิสซ่ากระชากขึ้นมาไหลทะลุให้กับคาวาเลโร่ทางซ้าย แต่ว่าจับลั่นออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นยิงเลยทั้งๆที่หลุดไปแล้ว ช่วงท้ายก็มีจังหวะขึ้นเทคโหม่งของหมากในกรอบแต่ออกไปแบบไม่มีลุ้น
จบครึ่งแรก เสมอ 1-1 เริ่มกันใหม่หมดในครึ่งหลัง
-------------------
3. "ถึงเวลาที่มัจจุราชมาเอาชีวิตเจ้าสัว" ในครึ่งหลัง
ในส่วนของการแก้เกมนี้ เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะมองออกและคิดตรงกัน นั่นก็คือ "ปีกสองข้าง" ของแมนยูทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว กลับกลายเป็นว่ามีแต่บรูโน่ คาวานี่ ลุคชอว์ ป็อกบา เฟร็ด สี่คนนี้เท่านั้นเองที่แบกเกมรุกแมนยูเอาไว้ แต่ปีกสองข้างคือไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
ดังนั้นถ้าจะแก้เกมเพื่อทำให้ทีมดีขึ้น และยิงประตูนำได้ ก็ต้องแก้ที่ปีกนี่แระ
ในม้านั่งสำรองเรามีpoolนักเตะตัวรุกดีๆที่พร้อมลงอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น แรชชี่ มาต้า ฟดบ เจมส์ เป็นต้น นี่เป็นตัวริมเส้นล้วนๆ แต่โอเล่ก็เลือกที่จะไม่เปลี่ยนตัว และใช้ทีมเดิมเล่นไปก่อนเพราะมองแล้วถ้าให้เวลาไปอีกนิดก็น่าจะยิงคืนได้อีกลูก อันนีส่วนนึงผมก็เข้าใจวิธีคิดของโอเล่ ตอนดูอยู่ผมก็คิดตรงกับเขาว่า ปล่อยให้เล่นไปอีกสักพัก 11คนแรกชุดนี้ก็น่าจะพอยิงได้แหละ
ประเด็นนี้เชื่อว่าหลายๆคนก็รู้เหมือนกัน ว่าสไตล์ของโอเล่ที่เป็นวิธีคิดของเค้าในการคุมทีมคือ โอเล่ชอบที่จะใช้นักเตะในสนามไปก่อนจนถึงที่สุด พยายามจะไม่เปลี่ยนโมเมนตัมของการเล่นถ้าไม่จำเป็น ซึ่งมันก็คือการที่มักจะเปลี่ยนตัวช้านี่แหละ
คือแกเปลี่ยนช้าจริงๆแต่ส่วนนึงเพราะ"ตั้งใจ" ที่จะคงนักเตะชุดเดิมเอาไว้ในสนามด้วย เรื่องนี้มันเป็นธรรมชาติการคอนโทรลทีมของโอเล่เลย เพราะงั้นแฟนผีอาจจะต้องเข้าใจว่านี่คือสไตล์เค้า แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เจ้าตัวเห็นว่ามัน"จำเป็น" พี่แกก็เปลี่ยนเลยนะ อย่างเกมก่อนนาที60 เรียกคาวานี่ คาวานี่ก็ลงมาจริงๆ ไม่ได้มานั่งรอจนนาที75หรือ80แต่อย่างใด
เป็นวิธีคิดในการคุมทีมทที่พอจะเข้าใจได้ ผมเลยไม่บ่นอะไรมากนัก(ผลงานมันโอเคอ่ะ ก็แปลว่าแกทำได้ถูกแล้วไง)
เริ่มต้นครึ่งหลังมา ฟูแล่มเอาอีกแล้วครับ แผลงฤทธิ์เล่นงานแมนยูก่อน จากลูกยิงของแฮริสัน รีด ยิงนกข้ามคานไป แล้วแมนยูก็มีได้ลุ้นในนาที50จากแมกไกวร์ในลูกเตะมุม แต่ก็เป็นอีกครั้งที่โขกไม่ดีเหมือนเดิม
แต่ฟูแล่มมาน่ากลัวหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาทีต่อมา ช่วงที่ลุค ชอว์โดนเผาดากจนขนไข่แห้งไปสองสามครั้ง แล้วบอลหลุดไปด้านหลังถึงชีคที่เฟร็ดต้องวิ่งออกจากตำแหน่งตัวเองมาช่วยซ้อนชอว์ จนทำให้ชีคไหลต่อมาเข้ากลางให้ลุคแมนที่ยืนว่างอยู่ เพราะว่าเฟร็ดต้องถ่างออกไปซ้อนเพื่อน
Lookmanกดด้วยตีนขวาที่ยิงดี(ชิบหาย)ตั้งแต่ลูกแรก บอลเรียบคมพุ่งเข้าไปหาโกล แต่ว่ายังไม่ดีพอจะผ่านเดเคอาที่เร็วกว่าลูกยิงและตะครุบไว้ได้แบบชิลๆเนื่องจากยืนตำแหน่งดี
แมนยูก็ยังบุกต่อและได้บอลชิ่งสั้นมาถึงบรูโน่ที่เปิดย้อยไปเข้าหัวหมาก แต่ยังขาดน้ำหนัก แถมล้ำหน้าด้วย ก็ไม่ได้ประตูในนาทีที่63
แต่นาทีต่อมานี่แหละ "นรก" กำลังมาเยือนทีมเจ้าบ้าน และงานนี้ "มัจจุราชขึ้นจากนรกมาเอาชีวิตเจ้าสัวด้วยตัวเอง"
Paul Pogba เหมือนสะสมสแต็คมาตลอดช่วงต้นฤดูกาล มาจนถึงกลางซีซั่นเหมือนเกจท่าใหญ่เต็ม และกดอัลติอยู่ในร่างของ "เทพเจ้าแห่งความตาย" ต่อเนื่อง (เชี่ย ทำไมชื่อร่างมันเท่กว่าคนอื่นวะ) แถมยังทำท่าว่าอัลติจะไม่ยอมคูลดาวน์ลงง่ายๆด้วยเพราะยิ่งเล่นฟอร์มยิ่งโหดสัสขึ้นทุกทีๆ
มันเทพตั้งแต่จังหวะที่บอลลอยโด่งขึ้นไป แล้วป็อกบาเอาบอลลงแบบโคตรนิ่มได้ในบริเวณฝั่งขวานอกกรอบ จากนั้นค่อยๆเลี้ยงพาบอลตัดเข้าในเพื่อหามุมเล่นในช็อตต่อไป ก่อนที่จะมองเห็นช่องยิงขึ้นมาในคลองสายตา
ด้วยสกิลทักษะการเล่นที่อยู่ระดับสูงสุดของทีมในขณะนี้ ป็อกบาไม่จำเป็นต้องแต่งบอลให้เข้าเท้าถนัด แต่ซ้ายเขาก็สามารถยิงได้
และสัมผัสแห่งความตายก็โค้งไปเชือดคอหอยเจ้าสัวฟูแล่ม ขาดใจดับดิ้นตายคาในบ้านของตนท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายในนาทีที่64 ด้วยลูกไฟระดับ World Classเหี้ยๆของป็อกที่ยิงด้วยซ้าย ติดไซด์โป้งหนีมือโกลพุ่งเข้าเสียบหน้าต่างแบบสุดมันส์อย่างไม่น่าเชื่อสุดๆ
ไม่ว่าจะจากทีมคู่แข่งหรือเพื่อนทีมตัวเอง ก็ไม่มีใครเชื่อสายตาว่าลูกยิงระดับโลกเช่นนี้อยู่ดีๆจะกดติดกันได้ดูเหมือนง่ายๆ ซึ่งนักเตะคลาสSอย่างป็อกบาทำได้อยู่แล้วล่ะ จนเพื่อนร่วมทีมตัวเองที่น่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในสนามซ้อมบ่อยๆอย่าง แรชฟอร์ด กับ เตลีส ที่วอร์มอยู่ข้างหนาม ยังต้องยืนปรบมือrespect(สัสๆ)ให้จริงๆ
ประตูนี้หลายคนคงจะเห็นที่ผมโพสต์แล้ว มันเป็นประตูที่ปลุกให้แฟนผีกระโดดเด้งกันขึ้นมากลางดึกคืนวันนั้นจริงๆ และสิ่งที่ผมโพสต์เอาไว้บนหน้าเพจ มันคือความรู้สึกจริงที่ผมรู้สึก "จุก" ในอกด้วยความเจ็บปวดในใจนะ
คือใครจะรู้สึกเฉยๆหรือไม่เสียดายก็ช่าง นี่คือความรู้สึกผม ในฐานะที่ผมเองก็เป็นคนที่ไม่พอใจการกระทำบางอย่างของเค้ามาก่อนเช่นกัน แต่ทุกครั้งที่ป็อกบาลงสนาม ผมก็เขียนให้ผู้อ่านเห็นทุกครั้ง ไม่ว่าจะยังไง ป็อกบามันก็ทุ่มเทในการลงสนามเต็ม100% ฟอร์มอาจจะดีดบ้างดร็อปบ้าง แต่ส่วนใหญ่มันตั้งใจเล่นนะ ตั้งใจมากกว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวจริงชัวร์ๆของทีมหลายๆคนซะอีก
ผมรู้สึกดีใจกับลูกยิง และเสียใจไปในเวลาเดียวกันที่รับรู้ความจริงว่า เฮ้ย นี่เรากำลังจะเสียนักเตะที่โคตรเก่งขนาดนี้ออกจากทีมเหรอวะ แล้วดูมันเล่นดิ มันตั้งใจเล่น แถมยังแบกทีมในระดับที่เราต้องฝากชีวิตไว้ได้
นักเตะระดับแนวหน้าท็อปคลาสของโลกแบบนี้เหรอที่เรากำลังจะต้องเสียไปจากทีม ทั้งๆที่เรากำลังสร้างทีมเพื่อขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดในการประสบความสำเร็จให้ได้
ผมเสียใจจริงๆ
คือเอาจริงๆตอนนี้ก็ยังมีลุ้นนะว่าเขาอาจจะอยู่ต่อก็ได้ ไม่มีใครทราบ เพราะใจคนมันก็เปลี่ยนกันได้ตลอด หวังว่าจะเป็นแบบนั้น แต่อีกส่วนนึงเราก็รู้ดีมาตลอดว่า นักเตะเองก็อาจจะอยากได้แชมป์หรือไปอยู่ในทีมที่มีโอกาสประสบความสำเร็จในระดับสูงได้เลยทันที เพราะอายุก็เริ่มเยอะแล้วถ้าจะรอให้แมนยูสร้างทีมไปเรื่อยๆ ความฝันของเขาจะสำเร็จเมื่อไหร่
อันนี้พูดตรงๆว่า ถ้าป็อกบาอยากย้ายไปสู่ที่ที่เขาต้องการ และอยากไปเล่น เราเข้าใจเขาได้นะ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาด่ากันเลย กลับกันเรากลับยิ่งต้องให้กำลังใจเขาด้วยซ้ำ ขอให้เขาได้อยู่ในที่ๆต้องการ ไม่ว่าจะที่นี่หรือที่ไหน แต่ตราบใดที่เขายังอยู่ในสีเสื้อปีศาจแดงแล้วลงเล่นอย่างทุ่มเทเพื่อตราสโมสร
เราต้องเชียร์เขาให้สุดชีวิตเช่นกัน
ไม่ว่าปลายทางป็อกบาจะเป็นยังไงไม่สำคัญ ตอนนี้อย่างน้อยที่สุดผมอยากเห็นเขาประสบความสำเร็จอะไรใหญ่ๆกับเราสักครั้ง มันคงจะดีไม่น้อยก่อนจะจากกันในสักวันนึง..
-----------------
ปีศาจแดงขึ้นนำ 1-2 และยังคงเป็นข้อดีเดิมที่เราไม่ผ่อนเกมและใช้โมเมนตัมในการบุกต่อเนื่อง ในนาทีต่อมาเลยจากจังหวะทำชิ่งกันอย่างสวยงามตั้งแต่แดนหลัง โดยมีบรูโน่และคาวานี่เป็นแกนของการเล่นอันยอดเยี่ยม ก่อนที่คาวานี่จะไหลบอลฝากให้บรูโน่ที่ถ่างออกข้าง แล้วพี่แกวิ่งโจมตีใส่พื้นที่อันตรายในแอเรียของตัวเองทันทีจากนั้นเทคตัวโหม่งเข้าไปอย่างสวย และเป็นลูกโหม่งที่ใกล้เคียงและมีคุณภาพที่สุดแล้ว ถ้าเทียบ หมาก กับ แมกไกวร์ ที่โหม่งกระเจี๊ยวกันไปคนละสองครั้ง
คาวานี่เทคโขกตามจังหวะครอสอย่างสวย แต่ว่ายังไม่มุมพอจะเอาชนะอเรโอล่าได้ น่าเสียดายลูกนี้ทุกอย่างมันครบแล้ว เหลือจังหวะสุดท้ายอย่างเดียว ถ้าเข้าได้มันจะโคตรพ่อโคตรแม่สวยอีกลูก
หลังจากจังหวะนี้ของคาวานี่ แมนยูก็หมดช็อตบุกดีๆในเกมนี้แล้ว และเปลี่ยนเป็นช่วง "เยี่ยวเหนียวออฟเดอะเดย์" ของแฟนแมนยูแทนที่ต้องมานั่งลุ้นช่วงท้ายเพราะโดนบุกหนักมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเด่นของฟูแล่มอย่าง ลอฟตัส-ชีค หลุดเดี่ยวมาทางขวาและได้จังหวะยิง จากบอลที่วางมาให้ แต่ยังไม่ผ่านความเหนียวของเดเคอาที่เร็วพอจะใช้ขาเซฟจังหวะนี้ได้อีกดอกแล้วซึ่งอันตรายมาก
เท่านั้นยังไม่พอ ฟูแล่มมาอีกเรื่อยๆแต่ก็มียิงนกตกปลาไป แต่จังหวะนาที 90+3นี่คือ หวิดที่สุดแล้วที่แมนยูจะโดนตีเสมอน้ำตาแตก จากลูกเปิดของเตเต้เข้ามาหามิโตรวิช(ที่ลงมาในสนามจริงๆช่วงท้าย) จากนั้นโหม่งมาชนลำตัวของ "เอริค ไบญี่" ที่วันนี้ดูหลุดมากๆหลายจังหวะ บอลเข้ามาทางประตู ที่เดเคอายืนอยู่ไกลและหลงทางไปแล้ว
แต่บอลถากเสาออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ!
ช็อตนี้ผมพูดได้เลยว่า สิ่งนี้หากเป็นเมื่อก่อน แมนยูเสียบอลไปแล้ว นี่เป็นภาพจำที่เจอบ่อยมากตั้งแต่ในยุคโอเล่แรกๆเลย จังหวะนี้ก็ไม่ต่างกัน แต่ว่าวันนี้ดูเหมือนว่ามันมีอะไรบางอย่างในฤดูกาลนี้ที่ช่วยเราแบบนี้เอาไว้ตลอด แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดช่วย
ใช่แล้ว กรรมการไงล่ะ ทรุ้ย! ไม่ใช่เฟ้ย!
หลายคนคงคิดตรงกันผม .. ลูกแฉลบไบญี่ออกไปลูกนี้ มันคือ "ดวงแชมป์" ชัดๆ
ผมไม่ได้บอกว่าแมนยูจะเป็นแชมป์นะครับ แยกให้ออก แต่เฉพาะลูกแบบนี้แหละ เนี่ย ที่เค้าเรียกว่าดวงแชมป์ ของคนที่มันมีโอกาสจะคว้าแชมป์ บางทีเล่นกากๆ หรือจะโดนยิงในเกมก็ตาม มันจะต้องมีพลังลึกลับอะไรแบบนี้ช่วยด้วยถึงจะเป็นแชมป์ได้
พูดไว้แค่นี้พอ ไม่อยากให้ดีใจอะไรกันมากมาย แต่ยืนยันว่ามันคือดวงแชมป์แน่นอน ถ้าใครเข้าใจสิ่งนี้ผมจะดีใจมาก นั่นแปลว่าคุณแมน คุณกล้า คุณคือคนที่จะพลิกวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง!!!!!!!!!
จบเกม แมนยูไนเต็ดบุกมาชนะฟูแล่ม 1-2 แบบเหนื่อยๆเล็กน้อย พร้อมด้วยการนั่งดูบอลแบบ "เยี่ยวเหนียวสไตล์" กันช่วงท้าย อันนี้ก็เป็นแผนของโซลชาเพื่อที่จะให้ทุกคนได้บุญกุศลจากการที่ "ตื่นเต็มที่" ในช่วงตีห้า จะได้มีแรงออกไปทำบุญใส่บาตรเข้าโบสถ์ หรือปฏิบัติศาสนกิจกันอย่างเต็มที่นั่นเอง
อนุโมทนาสาธุแล้วกัน อิน้าเอ๊ย!
---------------------------
4. คะแนนนักเตะ
De Gea - 7 เดเคอ้าวันนี้เอาจริงๆก็ถือว่าเซฟช่วยทีมไว้เยอะเลยโดยเฉพาะลูกยิงของลุคแมน และ ลอฟตัส-ชีคช่วงท้าย ใครอย่าดูถูกว่ามันไม่ยาก เพราะการจะเซฟให้ดูชิล สมาธิและการยืนตำแหน่งมันต้องดีจริงๆ ส่วนลูกแรกให้มีความผิดเล็กน้อย เพราะว่าหนึ่งคือเธอน่ะเห็นเดนั้นยืนห่าง(เสา)ไกล แต่ก็เชื่อเถอะว่าเดพร้อมไม่ว่าเป็นเรื่องใด
โทษนะคะที่รักอ่านแล้วเก็ทมุกไหม ถ้าหากไม่เก็ทก็ข้ามไปแล้วกัน
AWB - 5.5 วันนี้ให้บิสซาก้าไม่ผ่านแล้วกัน โดยเฉพาะจังหวะเหม่อจนทำให้ทีมต้องเสียลูกแรกแบบที่ไม่น่าจะเสียเลยเพราะว่าดันหลุดโฟกัส ไม่มีสมาธิมากๆ ซึ่งนี่คือปัญหาเรื้อรังประจำตัวของบิสซาก้ามากๆ นั่นก็คือ "สมาธิ และการยืนตำแหน่ง" ที่ต้องปรับปรุงอย่างแรง
โอเคว่า ไม้ตายสเปียร์แทคเกิลของแกยังโหดสัสๆอยู่ แต่บ่อยครั้งคนที่เช็คล้ำหน้าพลาด เหมือนไม่ได้อ่านไลน์กลุ่ม "แบ็คโฟร์โอ้โฮเฮะ" ก็คือบิสซาก้านี่แหละ ภาพมันไปซ้อนกับ "วาเลนเซีย" เป๊ะ ที่พี่แกก็เช็คพลาดมักจะยืนไข่ห้อยอยู่คนเดียวแบบนี้อยู่เป็นประจำ
บิสซาก้าควรหากางเกงในตัวใหม่ได้แล้ว จะได้ไม่ห้อยแบบนี้บ่อยๆ
เขียนอะไรของกูเนี่ย
Shaw - 7.7 กลับกัน ลุค ชอว์ยังคงรักษาสภาพซุปเปอร์ไซย่าเอาไว้ได้อย่างดี แม้ว่าจะไม่ใช่ร่างหัวเทา Ultra Instinct เหมือนเกมแดงเดือดเจอลิเวอร์พูลที่เล่นยังกะแดกถั่วเซียนมา
แต่เกมนี้ภาพรวมชอว์ยังทำได้ดีอยู่ทั้งรุกรับ เกมรับนี่เป็นคนเดียวที่สปีดลงมาตามชีคทัน ซึ่งเขาช่วยทีมในจังหวะวิ่งไล่ตามคู่แข่งที่หลุดเดี่ยวแบบนี้มาได้เป็นประจำ ส่วนเกมรุก ก็ช่วยเปิดเตะมุม เปิดบอลครอสได้อย่างดี แม้ว่าขนไข่จะเหี้ยนไปหน่อยเพราะโดนเผาดากรัวๆ แต่เจ้าตัวอาจจะชอบก็ได้ เลยถ่างขาให้ซะหลายครั้งเลย (ห้ะ?)
Bailly - 5.9 เอริค ไบญี่วันนี้ก็ไม่ผ่านอีกคน แค่เกือบๆ เพราะว่าเกมรับไม่ค่อยเด่นเลย เนื่องจากพี่แกก็ตามความเร็วของกองหน้าฟูแล่มไม่ทันเหมือนกันกับคนอื่นๆในแผงแบ็คโฟร์ที่โดนเล่นงานเสียอาการมากๆ ถ้าจำไม่ผิดมีช็อตจ่ายคืนหลังสั้นจนเดเคอาเกือบซวยด้วย และยืนเหวอโดนลูกแฉลบอันนี้ก็โทษไบญี่ไม่ได้อีก ถ้าเข้าไปนี่คือโคตรซวยขนานแท้
MAguire - 6.5 แฮรี่ไม่ได้ก่อความผิดพลาดเด่นชัดเหมือนสองตัวข้างบน แต่ว่าน่าเสียดายจังหวะเซ็ตพีซที่เขาควรทำดีกว่านี้ไม่งั้นทีมจะมีอาวุธบินกลางอากาศที่น่ากลัวกว่านี้เยอะ แต่โขกทิ้งออกไปหมด
Fred - 7.8 ในที่สุดเฟร็ดก็คัมแบ็คมาซะที ฟอร์มดีจัดๆเกมนี้ แถมพี่แกแบกกลางมากๆและทำทุกอย่าง เพราะว่าป็อกบาก็เติมลอยขึ้นสูงไปบุก พี่แกก็ต้องคัฟเวอร์แอเรียกลางสนามเป็นพื้นที่เยอะมากๆ
แถมนาที80กว่าๆแล้วพี่แกยังวิ่งเข้าไปบู๊บวกอุตลุดกับนักเตะฟูแล่มแบบ สู้สุดใจลืมตายเลยในบริเวณมุมธงแบบโคตรได้ใจ และภาคเกมรุก พี่แกต่อเกมกับบรูโน่ได้ดีสุดๆตามที่เรารู้กันเพราะผมเขียนมาตลอดว่า คนที่เฟร็ดมองหาคนแรกในการต่อบอลจากแดนกลางไป ก็คือบรูโน่นี่แหละ เล่นเข้าขากันมากๆ
ทำงานหนัก ขยัน ใจสู้ ขาดไม่ได้จริงๆนะตัวนี้ ลงได้ต้องลง
Pogba - 9 "แมนออฟเดอะแมตช์" อีกครั้งในวันที่ปอลจั่วไพ่ได้ "ป็อกเก้าสองเด้ง แม่งแดกรอบวงไอ้สัส!" แบบรัวๆในระยะหลัง แน่นอนว่าเราไม่ได้ให้ป็อกบาแค่เพราะการเป็น "Match Winner" (ซ้ำแล้วซ้ำอีก)ของเขาเท่านั้นในระยะหลังๆ เพราะเปลี่ยนโฉมหน้าผลลัพธ์ของเกมได้ด้วยฝีเท้าของเขาด้วยตัวคนเดียวล้วนๆ
ไม่ใช่เพราะจังหวะประตู แต่คุณภาพการเล่นโดยรวมตลอดทั้งเกมอย่างที่บอก เขาช่วยเกมรับเยอะมาก วิ่งเยอะมาก ทำทุกอย่างในสนาม เพราะในtouches map ของป็อกบาในนัดนี้ ไปหาดูกันเอาเอง ป็อกบาสัมผัสบอล "ทั่วทุกจุดในสนาม" ทั้งกลาง ทั้งบน แถมกระจายไปทั่ว กลางซ้ายขวา อันนี้น่าต๊กกะใจมากๆ
และลูกยิงระดับที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ มันคือทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆที่ทำให้เราเก็บชัยชนะได้สำเร็จ ในยามที่เหมือนต่อตัวผู้เล่นเกมรุกให้2คนฟรีๆในสนาม ป็อกบาต้องรับภาระในการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เก็บบอลลงเอง หาจังหวะยิงเองจนทำได้
เขาคือผู้ปลิดชีวิตคู่แข่งมาไม่รู้กี่นัดแล้วด้วยการสังหารที่เฉียบคมสุดๆ เพราะงั้นไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมปอล ป็อกบา ถึงถูกศาลาผีเรียกร่างนี้ว่า "เทพเจ้าแห่งความตาย" เช่นนี้
Bruno - 8 ผมก็ไม่รู้ว่าใครจะมองยังไง แต่ก็เขียนเหมือนเดิมทุกนัดว่า หากดูแต่ไฮไลต์แล้วมันไม่มีชื่อพี่หนวดขึ้นมาแอสซิสต์หรือยิง คนก็จะคิดว่าหมอนี่ฟอร์มดรอป หมดแล้ว ฯลฯ แต่เกมนี้แม้จะไม่มีตัวเลขสถิติดังกล่าว
แต่ถ้าใครได้ดูก็จะเห็นว่า เขามีโอกาสซัดแถวสองอันตรายๆสองครั้ง แถมยังลูกเปิดอีกหลายๆครั้งให้กับกองหน้าตัวจบสกอร์ได้ยิงบ่อยมากๆ และการเป็นศูนย์กลางการเล่นเกมบุกของเขามันสำคัญที่ทำให้เกมบุกไหลลื่น ต่อเกมได้ ครองบอลในเกมรุกได้
ประตูของคาวานี่ก็เป็นเครดิตการพยายามครอสเข้าไปกดดันของพี่แกเช่นกัน คะแนนนี้ก็เหมาะสมกับปริมาณการเล่นแล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ได้day offบ้างสักนัดสองนัด หลังแดงเดือดแล้วปล่อยแกไปฮอลิเดย์บ้างก็ดี ลงติดๆกันแบบนี้ไม่ดีในระยะยาวอีกครึ่งซีซั่นแน่ๆโอเล่
Greenwood - 5 น้องไม้เขียวเงียบมากเหมือนเดิม เล่นช่วยทีมไม่ได้เลยทั้งการตัดสินใจ ยืนตำแหน่ง เพลย์ช็อต ไม่มีอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เรียกง่ายๆว่าเหมือนลงไปยืนปีกขวาเป็นตัวฟรีเฉยๆ แบบนี้ส่งตัวอื่นอย่างมาต้าฟานเดอเบคเจมส์ลงมา น่าจะดีกว่านี้แน่ๆ อันนี้ศาลาผีรับประกัน
Martial - "ติดลบห้า" วันนี้ผมไม่ไหวกับมาร์กซิยาลจริงๆ ถึงขนาดคะแนนต้องติดลบ เพราะเขายังคงเล่นได้น่าผิดหวังมากๆ โอเคว่าจริงอยู่ มีช็อตโหม่งให้ได้เห็นสองครั้งในไฮไลต์ ทำอะไรได้เยอะกว่ากรีนวู้ดอย่างชัดเจน แต่ทำไมศาลาผีให้คะแนนต่ำกว่ากรีนวู้ด นี่มันอคติชัดๆ
แต่เหตุผลมันก็มีคือ
- ลูกที่ได้โหม่งก็ไม่อันตรายอะไรเลย แถมเพื่อนปั้นมาให้ทั้งนั้น
- ปัญหาจริงๆที่มันไม่มีในไฮไลต์ เผื่อใครจะไม่ทราบ มาร์กซิยาลเล่นแบบไร้ใจ ไร้ความตั้งใจ ไร้การ"โฟกัส" อีกแล้ว เมื่อเขาและลุค ชอว์ เหมือนเป็นเด็กที่นั่งโต๊ะติดกันในห้อง แต่งอนกันเพราะเพื่อนไม่ยอมเรียกไปถ่ายสติ๊กเกอร์ หรือไปเล่นเกมตู้ The House of The Dead แล้วไม่ยอมชวน หมาก-ชอว์เลยดูเหมือนคนงอนไม่ยอมคุยกันซะงั้น
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือสองคนนี้จ่ายบอลพลาดกันสามสี่จังหวะแบบ เสียบอลไปฟรีๆ เพราะว่าให้จังหวะทำทางไม่ตรงกันเลย ซึ่งปัญหามันอยู่ที่การจูน และสำคัญคือสมาธิหมากไม่มีเลย เสียบอลก็ไม่ไล่ บอลพลาดก็ไม่พยายามจะตามต่อ
แอดมินเงายังพิมพ์ในโพสต์หลังเกมว่า มาร์กซิยา
พอล สโคลส์ อดีตกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยก บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือนักเตะที่เข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับทีมอย่างชัดเจน
"เราไม่คู่ควรจะได้ 3 คะแนน เราทำได้ไม่ดีพอที่จะชนะในเกมนี้ การจะได้ 3 คะแนนในพรีเมียร์ลีกนั้นต้องมีหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น คุณภาพ, จังหวะ, ทัศนคติ เรามีทัศนคติที่ถูกต้อง และการทำงานหนักที่นั่น เราไม...
อลัน เชียเรอร์ นักวิเคราะห์ บีบีซี สปอร์ต มองจุดอ่อนทีมโปรด แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำให้ยังดีไม่สุดว่าคือเกมรับหละหลวม หากคิดไปท้าชิงตำแหน่งแชมป์ลีกกับ แมนฯ ซิตี้ ต้องแก้จุดนี้ให้ได้ ยูไนเต็ด เล่นไป 23 แ...
ขณะเชียร์สดก็คิดว่า ประเด็นสำคัญคงไม่มีอะไรมากนัก คิดว่าเขียนชิลๆไม่ต้องละเอียดมาก เพราะทีมชนะสบายๆ แต่หลังจากที่กลับมานั่งดูเทปfull matchแบบเต็มๆอีกครั้ง ทำให้ผมเห็นประเด็นอะไรบางอย่างชัดกว่าเดิม ...
มา! ได้เวลาที่เขาโชว์สเต็ปแดนซ์กันแล้ววว..
โอเล่ ดึงสิ่งที่ดีที่สุดจาก ปอล ออกมาในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเขาก็เริ่มที่จะโชว์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง คุณคงเห็นได้ว่าเขาเป็นยังไง ฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและตอนนี้เราก็ได้มันมาและเห็นผลของมัน มัน...
"Win on our terms" คำที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 โอเล่ พูดด้วยสีหน้า แววตา ที่มีความสุขมากๆ ไม่ใช่เพราะว่าทีมชนะ "หงส์แดง" แต่อาจเป็นเพราะต้นกล้าที่เขาค่อยๆ ...
เกมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีอะไรให้เขียนในทุกๆนัดจริงๆ ไม่ว่าผมจะขี้เกียจ เหนื่อย หรือไม่ว่างไม่สะดวกด้วยเหตุใดๆก็ตาม แต่ผมอยากที่จะมานั่งเขียนหรือพูดคุยกับคนอ่านและแฟนเพจในทุกๆครั้ง ถ้าในอนาคตมีโอก...
ข้อมูลจากบีบีซีระบุว่านับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นในทุกรายให้แมนฯยูไนเต็ด 45 นัด ทำไป 28 ประตูกับอีก 17 แอสซิสต์
พวกเรามีปัญหากับการเอาชนะ 'ทีมใหญ่' ในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะ คู่อริตลอดกาล ที่เราเอาชนะพวกเขาไม่ได้เลยในช่วงหลายปีหลัง
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง