น้ำตาลูกผู้ชายที่เราได้เห็นในเกมฟุตบอล ไม่จำเป็นต้องเป็นของผู้เสียใจเสมอไป

ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แพ้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็นแฟนแมนยู แฟนลิเวอร์พูล แฟนเชลซี แฟนแมนซิตี้ หรือ แฟนอาร์เซนอล ก็ตาม คุณสามารถติดตามข่าวสารของทีมเหล่านี้ และทีมอื่นๆได้ตลอด 24ชั่วโมง รวมถึง ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกข่าว ของทุกสโมสรได้ด้วย เรานำทุกข่าวของพรีเมียร์ลีก และวงการฟุตบอลอังกฤษยกมาให้คุณติดตาม อย่างรวดเร็วทันใจ รับรองไม่มีตกข่าวแน่นอน ถ้าคุณเป็นแฟนตัวจริงพรีเมียร์ลีกต้องไม่พลาดที่จะติดตาม ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก กับเรา ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะคุยกับแฟนพรีเมียร์ลีกคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องLiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก

เพราะหลายๆ ครั้งมันหมายถึงความตื้นตันจากก้นบึ้งของหัวใจชายบางคน ที่สามารถคว้าชัยชนะได้ในแบบที่ตัวเองปลาบปลื้มขนาดประเมินค่ามันไม่ได้ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล บุรุษชาวออสเตรียวัย 53 ปี ถือเป็นกุนซือผู้เปี่ยมไปด้วยแพชชั่น และมักทำผลงานได้แบบคาดไม่ถึงเสมอ

นี่คือคนที่เคยพา อิงโกลสตัดท์ เลื่อนชั้นขึ้นบุนเดสลีกาได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2015

เคยพา แอร์เบ ไลป์ซิก คว้ารองแชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้นจากลีกาสองเป็นปีแรก

ภาพที่เขาทรุดตัวลงร่ำไห้อย่างปลื้มปิติ หลังจากพา เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านชนะแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล 1-0 ถือเป็นโมเมนต์ที่สวยงามที่สุดสำหรับเกมนัดมันเดย์ไนท์ที่ผ่านมา
___________________________
“ผมน้ำตาคลอเบ้าเพราะแรงลม” ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล พูดไว้กับ บีบีซี หลังจบเกมโค่นหงส์แดง

แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ปฏิเสธหรอกว่านี่คือชัยชนะที่เขาประทับใจมากที่สุดแล้วในฤดูกาลนี้

“เมื่อคุณได้เห็นลูกทีมของคุณต่อสู้ด้วยทุกสิ่งที่พวกเขามี มันทำให้ผมภูมิใจอย่างแท้จริง คุณจำเป็นต้องมีเกมที่สมบูรณ์แบบในการเจอ ลิเวอร์พูล และผมคิดว่าเรามีสิ่งนั้นในวันนี้”

“ผมไม่เคยเก็บแต้มได้จาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ผมเริ่มเชื่อว่าเราสามารถทำได้ และพวกเขาบุกได้อย่างแข็งแกร่งมาก คุณสามารถเชื่อได้ว่ามันจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น”

“การป้องกันของพวกเราในวันนี้มันมหัศจรรย์ ความพยายามที่พวกนักเตะทุ่มเทลงไปมันคือกุญแจสู่ชัยชนะ แม้กระทั่งเรื่องของจิตใจก็ดียิ่งกว่าเดิม”

“นี่เป็นวันที่สมบูรณ์แบบ และค่ำที่สมบูรณ์แบบสำหรับเรา และผมคิดว่ามันเป็นก้าวเดินหน้าที่สำคัญจริงๆ”
___________________________
ย้อนไปในเดือนตุลาคม 2019 ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล ซึ่งเป็นกุนซือชาวออสเตรียคนแรกและคนเดียวของพรีเมียร์ลีก ทำท่าว่าจะต้องเอาชื่อเสียงเก่าๆ ที่เคยสร้างไว้ที่เยอรมนีมาทิ้งไว้ที่อังกฤษ

เซาธ์แฮมป์ตัน ภายใต้การคุมทีมของเขา พบกับความปราชัยที่ย่อยยับที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-9 คาบ้านตัวเอง

ก่อนที่อีก 2 เกมถัดจากนั้นจะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 ทั้ง 2 นัด

หลังจบเกมวีคที่ 12 ของฤดูกาล 2019-20 ทีมนักบุญจมอยู่อันดับรองบ๊วย โดยมีคะแนนมากกว่า นอริช ซิตี้ ที่รั้งอันดับสุดท้ายแค่แต้มเดียว
___________________________
แต่หลังจากที่อดีตกุนซือไลป์ซิก ปรับระบบจากหลังสามมาเป็น 4-4-2 ในเกมบุกเสมอ อาร์เซน่อล 2-2 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2019 เซาธ์แฮมป์ตัน ค่อยๆ ยกระดับผลงานขึ้นมาเป็นทีมที่น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงปลายเดือนธันวา 2019 จนถึงต้นเดือนมกรา 2020 พวกเขาชนะได้ทั้ง เชลซี และ สเปอร์ส ก่อนจะบุกไปล้างแค้น เลสเตอร์ ถึง คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ทำให้โอกาสรอดตกชั้นไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงอีกต่อไป

พวกเขาจบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 11 ห่างจากโซนตกชั้นถึง 18 แต้ม

ขณะที่ แดนนี่ อิงส์ กลายเป็นรองดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกด้วยผลงาน 22 ประตู โดยมีแค่ เจมี่ วาร์ดี้ ที่ซัดให้เลสเตอร์ 23 ลูกคนเดียวเท่านั้นที่ยิงได้มากกว่า

7 เกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกซีซั่นก่อน พวกเขาคือหนึ่งใน 2 ทีมร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่แพ้ใครเลย นั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล คือหนึ่งในโค้ชไม่ธรรมดา ที่น่าจับตามองพัฒนาการมากที่สุดอีกคนของพรีเมียร์ลีก
___________________________
แม้ฤดูกาลใหม่จะออกสตาร์ทด้วยการแพ้รวด 2 เกมแรก เมื่อออกไปโดน คริสตัล พาเลซ เชือด 1-0 ตามด้วยโดน สเปอร์ส บุกถล่มคาบ้าน 2-5

แต่กลายเป็นว่า 7 เกมถัดมา ทีมของ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล โชว์ฟอร์มแกร่งซะจนเป็นที่พูดถึงกันไปทั่ว

คืนวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2020 เซาธ์แฮมป์ตันขึ้นรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังจากเปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0

แม้ช่วงหลังจากนั้นมา อาจจะมีทำแต้มหล่นไปบ้าง แต่ทีมที่สามารถเอาชนะพวกเขาได้นับตั้งแต่ผ่านพ้นเดือนกันยายน ก็มีแค่ 2 ทีมแกร่งจากเมืองแมนเชสเตอร์เท่านั้น

นอกจาก เซาธ์แฮมป์ตัน จะมีผลงานดีสม่ำเสมอแล้ว 11 คนแรกของทีมนักบุญหลายๆ คน ยังกลายเป็นนักเตะที่แฟนบอลคุ้นชื่ออีกด้วย

กองกลางเทพลูกนิ่งกัปตันทีมอย่าง เจมส์ วอร์ด-เพราส์, คู่เซนเตอร์สุดแกร่งอย่าง ยาน เบดนาเร็ค กับ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด หรือกองหน้าตัวความหวังอย่าง แดนนี่ อิงส์ กลายเป็นผู้เล่นขาประจำสำหรับคอเกมแฟนตาซีพรีเมียร์ลีก
___________________________
ในเกมเปิดบ้านพบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล ไม่สามารถทำหน้าที่คุมทีมข้างสนามได้

สาเหตุก็เพราะมีคนในบ้านของเขาถูกตรวจพบว่ามีเชื้อโควิด-19 ทำให้กุนซือชาวออสเตรียจำเป็นต้องกักตัวแยกจากทีมชั่วคราว และนั่นส่งผลให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ลดพลังลงไปจนทำได้แค่เปิดบ้านเสมอขุนค้อน 0-0 ถือเป็นการไม่ชนะ 4 นัดติดต่อกันในลีกก่อนปิดฉากปี 2020

แม้จะคัมแบ็กกลับมาสั่งการข้างสนามได้อีกครั้งในเกมแรกของปี 2021 แต่การเปิดบ้านเจอ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีทางเป็นเรื่องง่าย

ต่อให้ คล็อปป์ จะขาดเซนเตอร์แบ็กระดับซีเนียร์ซะจนเกลี้ยงแผง แต่ต้องบอกว่าทางฝั่ง เดอะ เซนต์ส ขาดตัวหลักไปเยอะกว่าด้วยซ้ำ

ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, เนธาน เร้ดมอนด์, เช อดัมส์ และ โอริโอล โรเมว ต่างมีอาการบาดเจ็บ แถมในคืนก่อนเกมยังมีรายงานว่า อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ นายประตูมือหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 อีกต่างหาก

สภาพทีมแบบนั้นบวกกับ สถิติการเจอกัน 3 ฤดูกาลหลังสุด ก็เป็นหงส์แดงชนะได้แบบ 100% นั่นทำให้แทบไม่มีใครเชื่อว่า เซาธ์แฮมป์ตัน จะล้ม ลิเวอร์พูล ได้จริงๆ
___________________________
อย่างที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล พูดไว้หลังจบเกม การจะเอาชนะหงส์แดงได้ในพรีเมียร์ลีกยุคนี้ คุณจำเป็นต้องมีเกมที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น ถึงจะได้ลุ้น

เซาธ์แฮมป์ตัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งแต่เกมเริ่มคิกออฟ ก่อนที่จะได้ประตูขึ้นนำทันทีจากโอกาสลุ้นครั้งแรกของเกม

ยังไม่ทันถึง 2 นาทีดี เจมส์ วอร์ด-เพราส์ เล่นลูกสูตรฟรีคิกหยอดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย โดย สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ช่วยดัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ให้ถอยลงไปจนทำให้ แดนนี่ อิงส์ ไม่ล้ำหน้า

แล้วเมื่อ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กะจังหวะสกัดบอลพลาด กลายเป็นว่า อิงส์ ได้หลุดไปตวัดยิงด้วยซ้าย ส่งบอลลอยข้าม อลีสซง เบ็คเกอร์ ตุงตาข่ายทันที ถือเป็นการยิงใส่ทีมเก่าของเขาอีกครั้ง หลังจากซีซั่นก่อนทำได้แต่เป็นแค่ประตูตีไข่แตก

การออกนำอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกอย่างเข้าทางเจ้าบ้านทันที เพราะสามารถถอยลงไปรับรอสวนได้อย่างใจเย็น ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่เดินเกมกันได้ไม่ปะติดปะต่อเท่าไรนัก
___________________________
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เจอกับเกมที่เล่นกันได้แย่ที่สุดนัดหนึ่งของฤดูกาล ก็คือการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดทีมโดยไม่มีเซนเตอร์อาชีพเป็นครั้งแรกของซีซั่น

นับตั้งแต่คู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริงอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ ปิดเทอมยาวทั้งคู่ อย่างน้อยที่สุด จะต้องมีชื่อของ โฌแอล มาติป, รีส วิลเลี่ยมส์ หรือ เนธาเนียล ฟิลลิปส์ คนใดคนหนึ่งลงตัวจริงตลอด

แต่ คล็อปป์ กลับมั่นใจว่าการถอยกลางรับธรรมชาติอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ฟาบินโญ่ ลงไปยืนเซนเตอร์คู่กัน จะดีพอกับการป้องกันเกมรุกของทีมนักบุญ

ไม่เพียงแต่จะทำให้เกมรับขาดความสมดุลเท่านั้น แต่การไม่มี เฮนโด้ กับ “หมอปลา” ในแผงมิดฟิลด์มันยังหมายถึงการที่แดนกลางไม่มีนักเตะที่คอยตัดเกม และชะลอเกมอีกด้วย

ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไม่เคยลงประสานงานมาก่อน ทำให้การเดินเกมของหงส์แดงขาดประสิทธิภาพลงไปเยอะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรายของ แชมเบอร์เลน กลายเป็นผู้เล่นที่น่าผิดหวังที่สุดในทีม เพราะไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อน, ไร้โอกาสยิง, เลี้ยงบอลก็ไม่ผ่านใครเลย แถมจ่ายบอลเสียง่ายๆ บ่อยเกินไปอีกต่างหาก
___________________________
แนวรุกของ ลิเวอร์พูล ก็ยังนัดกันฝืดต่อไปอย่างน่าเป็นห่วง โดยโอกาสลุ้นยิงเข้ากรอบของพวกเขาเพียงครั้งเดียวในเกมนี้ มาจากจังหวะลุยเข้าไปยิงเบาหวิวในมุมแคบของ ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 75

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เคยซัดได้ 5 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการในเดือนธันวาคม จู่ๆ ก็ฟอร์มฝืดไปดื้อๆ นับตั้งแต่ลงสนามเป็นตัวสำรองไปยิง 2 แอสซิสต์ 1 พาทีมบุกถล่ม คริสตัล พาเลซ 7-0

3 นัดล่าสุดในลีก ปีกทีมชาติอียิปต์หาโอกาสยิงตรงกรอบได้เพียงครั้งเดียว และก็ยิงได้ไม่ดีพอในเกมบุกเสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-0

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก็ขาดความมั่นใจลงไปเยอะ นับตั้งแต่ลูกโหม่งเน้นๆ ของเขาในช่วงท้ายเกมที่เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1 ไปติดปลายนิ้วของ แซม จอห์นสโตน เปลี่ยนทางไปชนเสา

ที่น่าสังเกตก็คือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ยอมให้โอกาส ทาคุมิ มินามิโนะ ได้ลงไปสร้างความแตกต่างดูบ้าง ทั้งที่ครั้งสุดท้ายที่ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่นลงสนาม เขาเป็นคนซัดประตูขึ้นนำให้ทีมบุกยำ พาเลซ ที่ เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

การขาด ดีโอโก้ โชต้า ที่มีปัญหาเจ็บเข่าต้องพักยาวจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ คล็อปป์ ไม่เหลือกองหน้าตัวสำรองที่เขาไว้ใจว่าจะลงไปแทนแนวรุกที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานเลย เพราะ ดิว็อค โอริกี้ ก็เป็นอีกคน ที่กุนซือชาวเยอรมันไม่ค่อยยอมใช้งานในซีซั่นนี้
___________________________
ประเด็นที่แฟนบอลพยายามชี้เป้ามากที่สุด ก็คือการที่ผู้ตัดสินและ วีเออาร์ ปฏิเสธการให้จุดโทษในจังหวะที่ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ตวัดยิงไปติดแขนของ แจ็ค สตีเฟ่นส์ ชนิดที่ค้านสายตาคนทั้งโลก

คีธ แฮ็คเก็ตต์ อดีตหัวหน้าคณะกรรมการผู้ตัดสินอาชีพของอังกฤษ (PGMOL) ได้อธิบายเหตุผลที่ทำให้กรรมการไม่เป่าจุดโทษในช็อตนั้นให้ทีมหงส์แดงว่า หลังจากผ่านพ้นช่วงเบรกทีมชาติเดือนตุลาคมเป็นต้นมา มีการแก้ไขแนวทางการให้จุดโทษจากแฮนด์บอลให้ฝ่ายทีมรับเสียจากช็อตที่ไม่เจตนาได้ยากขึ้น

ซึ่งมันตรงกันข้ามกับช่วง 3-4 สัปดาห์แรก ที่มีการแจกจุดโทษเพราะแฮนด์บอลกันเป็นว่าเล่น

“ผมไม่คิดว่าจะมีการให้จุดโทษตอนที่ลูกบอลไปโดนมือของนักเตะเซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ผมสนับสนุนคำตัดสินของกรรมการ”

“จริงอยู่ มันคงไม่มีข้อกังขาในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการให้คำแนะนำผู้ตัดสินเกี่ยวกับกฎแฮนด์บอล และเราได้เห็นว่าเกือบทุกครั้งที่บอลโดนมือนักเตะ จะมีการเป่าจุดโทษให้ทันที”

“สำหรับผมแล้ว ดูเหมือนว่า PGMOL ได้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ของพวกเขาลงมา และสิ่งนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการตีความกฎแฮนด์บอลใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น”

หากไปดูจากภาพช้า แจ็ค สตีเฟ่นส์ ก็ไม่ได้เจตนายกแขนขวางลูกยิงแต่อย่างใด แม้มันจะเป็นการขัดขวางโอกาสการทำประตูโดยตรงก็ตาม

ปัญหาที่แท้จริง อาจไม่ใช่เรื่องของการมาถกเถียงเรื่องกฎ ถ้าหากยึดมาตรฐานว่าจังหวะ “บอลทูแฮนด์” ที่โดนแขนฝ่ายรับในจังหวะกำลังจะล้มลงกับพื้นสนาม แล้วไม่มีการเจตนายกแขนขึ้นมา จะไม่ใช่จุดโทษอีกต่อไปในทุกกรณี

จุดที่ต้องตั้งคำถามคือ ทำไมพรีเมียร์ลีกไม่มีการให้ข้อมูลให้ชัดเจน ซึ่งจนป่านนี้เรายังไม่เห็นคำอธิบายอย่างเป็นทางการจากพรีเมียร์ลีก หรือ วีเออาร์ ออกมาเกี่ยวกับช็อตดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ

ยังมีอีกจังหวะในช่วงไม่กี่นาทีถัดจากนั้น ที่ ซาดิโอ มาเน่ พยายามลากบอลเข้าไปในมุมแคบของกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วโดน ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส แซะจนเสียหลักล้มลง

แต่ผู้ตัดสิน อันเดร มาร์ริเนอร์ ก็ยังเฉย โบกมือให้เล่นต่อไป ซึ่งไม่มีการใช้ วีเออาร์ มาเช็คให้ละเอียดเหมือนกับช็อตที่ ปอล ป็อกบา เรียกจุดโทษให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในเกมเปิดบ้านเฉือน แอสตัน วิลล่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

ย้ำอีกครั้ง ประเด็นไม่ใช่เรื่องของกติกาว่าถูกหรือผิด ถ้าหากมีคำอธิบายที่เมคเซ้นส์ก็พอเข้าใจได้

แต่สิ่งที่พรีเมียร์ลีกยังตอบความคาใจของแฟนหงส์ไม่ได้ คือเรื่องของมาตรฐานการเช็คข้อกังขาให้ละเอียดเทียบเท่ากับทีมอื่นๆ เมื่อถึงตอนที่มันมีส่วนได้เสียกับ ลิเวอร์พูล ต่างหาก
___________________________
อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ทีมแชมป์ลีกอังกฤษ 19 สมัย ยังเล่นได้ไม่คู่ควรกับการคว้าชัยชนะกลับออกจาก เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม อยู่ดี

ในขณะที่โอกาสที่ใกล้เคียงจะได้แต้มที่สุดของทีมเยือนคือการลุ้นให้ได้จุดโทษ แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน เกือบจะยิงฝังได้ 2-3 ครั้ง

ไม่ว่าจะเป็นช็อตที่ เนธาน เทลล่า กองกลางตัวสำรองได้ยิงปั่นโค้งหน้าเขตโทษในครึ่งแรก หรือจังหวะที่ อลีสซง วิ่งออกนอกเขตโทษมาโดน ยาน วาเลรี่ ซัดลอดขาเกือบจะกลิ้งเข้าประตูในครึ่งหลัง ล้วนน่าจะเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าถิ่นทั้ง 2 ครั้ง

แม้จะต้องเสีย มุสซ่า เฌเนโป ปีกชาวมาลีที่มีอาการบาดเจ็บตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน ยังเล่นกันอย่างมีพลัง และมุ่งมั่นตลอดทั้ง 90 นาที โดยมี ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล ปลุกแพชชั่นให้ลูกทีมตลอดที่ข้างสนาม
นี่ยังเป็นเกมที่แผงแบ็กโฟร์ของทีมนักบุญเล่นกันได้อย่างท็อปฟอร์ม โดยทำสถิติเคลียร์บอลอันตรายทิ้งรวมกันถึง 26 ครั้ง ดักตัดบอลรวมกัน 10 ครั้ง จน เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ นายด่านมือสองแทบไม่ต้องออกแรงเซฟอะไรเลย

แจ็ค สตีเฟ่นส์ ที่ได้ลงสนามแทน ยานนิค เวสเตอร์การ์ด เล่นได้เหนียวแน่นมาก เพราะครองสถิติทั้งตัดบอลมากที่สุด (5 ครั้ง), เคลียร์บอลไม่เป็นรองใคร (7 ครั้ง) และบล็อคลูกยิงทีมแชมป์เก่าได้ถึง 4 หน

ส่วนคนที่ได้รางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จากพรีเมียร์ลีกไปครอง คือแบ็กขวาอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ที่เข้าปะทะสำเร็จมากที่สุด (6 ครั้ง) เรียกได้ว่าสร้างความลำบากให้เกมรุกฝั่งซ้ายลิเวอร์พูล ที่มีทั้ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ ซาดิโอ มาเน่ ให้หมดจินตนาการในการโจมตีไปเลย
___________________________
การที่ ลิเวอร์พูล ไม่ชนะเกมพรีเมียร์ลีก 3 นัดติดต่อกันไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะครั้งสุดท้ายที่มันเกิดขึ้น ต้องย้อนไปไกลถึงช่วงท้ายฤดูกาล 2017-18 ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีมเข้าป้ายอันดับ 4 อย่างหวุดหวิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 ทีมที่ได้แต้มจากหงส์แดง กลับเป็นทีมรองบ่อนอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เซาธ์แฮมป์ตัน มันแสดงให้เห็นว่า แม้กระทั่งการเจอทีมเล็กๆ หรือทีมที่ตัวเองผูกขาดชัยชนะมานาน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว

การคว้าชัยชนะของ เซาธ์แฮมป์ตัน ยังทำให้ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล ทาบสถิติพาทีมนักบุญออกสตาร์ท 17 เกมแรกด้วยการเก็บแต้มมากที่สุด (29 คะแนน) เทียบเท่ากับที่ โรนัลด์ คูมัน เคยทำได้เมื่อฤดูกาล 2014-15 เรียบร้อยแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น สถิติที่ว่า นับตั้งแต่ทีมนักบุญเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2012 จะต้องมีช่วงเวลาอย่างน้อย 1 ครั้งของฤดูกาล ที่ไม่ชนะในลีก 5 นัดติดต่อกัน ยังไม่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้ให้เห็นอีกต่างหาก
___________________________
อีกหนึ่งสถิติที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ต้องภาคภูมิใจ คือการเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถเอาชนะ “แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก” ในฤดูกาลถัดจากที่เพิ่งคว้าแชมป์ได้ครบทั้ง 7 ทีมอีกด้วย

จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, อาร์เซน่อล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้ มาจนถึง ลิเวอร์พูล ต้องมาโดนทีมนักบุญเจิมความพ่ายแพ้ให้ในซีซั่นป้องกันแชมป์ทั้งหมด
แม้แต่ทีมใหญ่ๆ ก็ยังไม่เคยทำสถิตินี้ได้ แต่มันกลับเกิดขึ้นให้เห็นในยุคที่ทัพ เดอะ เซนต์ส มี ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล เป็นกุนซือ

พวกเขาเอาชนะแชมป์เก่าที่สภาพทีมไม่สมบูรณ์ โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้พร้อมนัก แถมผู้จัดการทีมเพิ่งพ้นการกักตัวกลับมาทำงานได้ไม่กี่วันอีกต่างหาก

มันคือชัยชนะที่นักเตะทีมนักบุญทุ่มเททุกอย่างเกินกว่ามาตรฐานที่ตัวเองมี ในเกมเดียวกับที่ ลิเวอร์พูล มีปัจจัยทุกอย่างที่จะทำให้เจอผลการแข่งขันแย่ๆ

ถึงแม้อันดับของ เซาธ์แฮมป์ตัน จะยังไม่ได้สูงถึงขั้นอยู่ในตำแหน่งท็อปโฟร์ แต่การพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคืองานยากสำหรับทุกทีมที่ต้องเจอในตอนนี้ ทั้งที่ 15 เดือนก่อนเคยโดน เลสเตอร์ ถล่มคาบ้าน 0-9 มันคือพัฒนาการที่น่าทึ่งมากๆ

และการที่ชนะได้แม้กระทั่งทีมแชมป์ นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึตเทิ่ล จะต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความภูมิใจ...
ทุกวันนี้มูมู๋ มีรายได้จากเงินชดเชย ทั้งนั้นมั้ง เชลซี 2รอบ, อินเตอร์, มาดริด,แมนยู, ล่าสุดสเปอร์ นี่ถ้าลองคำนวน เวลาจริงที่ทำงาน หารกับ เงินชดเชย คงเป็น ผจก. ที่ได้ค่าแรงมสกที่สุดในจักรวาลแล้วมั่ง
นี่คือ สิ่งที่ อลัน เชียเรอร์ อดีตดาวยิงกัปตันทีมชาติอังกฤษ ออกโรงมาเตือน แฮร์รี่ เคน เที่ยวล่าสุดผ่านทาง ดิ แอธเลติก สื่อที่น่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง และผมก็พึ่งอ่านเรื่องนี้จบหมาดๆ เลยอยากคุยกับ...
ปาทริซ เอวร่า อดีตยอดฟูลแบ็กของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าของ อาร์เซน่อล เคยเกลียด กรานิต ชาคา มิดฟิลด์จคนปัจจุบันของ “ไอ้ปืนใหญ่”
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นใจ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เพิ่งถูกไล่ออกจากตำแหน่งนายใหญ่ของ เชลซี
เชลซี ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในเว็บไซต์ของสโมสร ว่าได้ปลด แฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีม ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการที่ผลงานในลีกช่วงหลั...
"ในปี 2014 (ฤดูกาล 2013-14) เราหาทางที่จะคว้า หลุยส์ ซัวเรซ มาร่วมทีม" "ก่อนที่เขาจะไปอยุ่กับ บาร์เซโลน่า เราบรรลุข้อตกลงกับตัวนักเตะและเอเยนต์ของเขาได้แล้ว"
เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษสุดสัปดาห์นี้ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่นับเกม แอสตัน วิลล่า ปะทะ เอฟเวอร์ตัน ที่เลื่อนไป และเกม อาร์เซน่อล กับ นิวคาสเซิ่ล ที่จะเล่นกันในคืนนี้
- รักการเล่นเกมส์รุกเป็นชีวิตจิตใจ - เสียเท่าไหร่ ยิงคืนให้มากกว่า - มีลุ้นตำแหน่งหัวตาราง ลามไปจนถึงลุ้นแชมป์ในบางที - กองหน้าเบอร์ 9 ยิงประตูกระจายแทบทุกคน - ต้องมีโคตรปีกประดับบารมี คอยป้อนใ...
สื่อดังของอังกฤษได้ออกมาเผยท่าทีของบรรดาเพื่อนร่วมทีมชุดใหญ่ของ 'แกเร็ธ เบล' หลังโดนโชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเมินที่จะเลือกใช้งานอยู่บ่อยๆ ในฤดูกาลนี้
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง