Dont cry for me Argentina

ติดตามข่าวสารในวงการฟุตบอลทั่วทั้งโลก ข่าวฟุตบอลทั้งหมด ทุกประเทศ ทุกลีก ทุกดิวิชั่น เรานำมาให้คุณได้เสพแบบเน้นๆ ไม่มียั้ง ถ้าคุณเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง ไม่ว่าจะเป็นแฟนของนักฟุตบอลคนไหน หรือแฟนฟุตบอลของลีกในประเทศอะไร เรามีทุกข่าว ทุกความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลทั่วทั้งโลกให้คุณได้ติดตาม ถ้าไม่อยากตกข่าวเรื่องของฟุตบอล และเรื่องของนักเตะในดวงใจของคุณ ต้องติดตาม ข่าวฟุตบอลทั่งหมด ทั่วโลกกับเราเท่านั้นที่ pollball.in.thLiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก
ความโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตคือโลกนี้มีกีฬาฟุตบอล

ความโชคดีอย่างยิ่งคือได้เห็นยอดนักเตะสร้างความสุขให้กับแฟนบอล

ที่โชคดีมากๆคือได้ร่วมสมัยเห็นฝีไม้ลายเท้าของนักเตะเหล่านั้น.....

ผมจำได้ว่าสมัยเด็กๆตอนอยู่สุพรรณบุรี ได้อ่านสตาร์ซอกเกอร์ รายสัปดาห์

ดูรายการสารคดีฟุตบอล transworld ทางช่อง9

ไฮต์ไลต์เอฟเอ คัพ...ที่สปอตโปรโมตมีทหารเสือพระราชินี เดินสวนสนาม

ฟุตบอลโลกเริ่มปี 1978 ทีวีขาวดำ ....

ต่อด้วยปี 1982, และ 1986

นัดเปิดกับนัดชิงชนะเลิศ...จากความที่จำได้

ผมไม่แน่ใจสดหรือแห้ง ยังไง...เพราะอายุ 7-8 ขวบ

รู้แต่ว่า นั่งดูกับตา ที่เป็นแฟนบราซิล ชอบทอสเทา และบอกว่าเก่งกว่าเปเล่

ตาผู้ล่วงลับไปแล้ว...จะบอกว่า เสื้อลายทาง คืออาร์เจนติน่า สีฟ้าขาว

สีพื้นเทาๆ คือ ฮอลแลนด์ มันคือสีส้ม

เราคงแยกสีขาวดำไม่ได้นะครับช่วงนั้น...�

ปี 1986 บอลโลกที่เม็กซิโก ผมยังเรียนอยู่ มัธยมศึกษาปีที่ห้า

ได้ดูบอลโลกนัดเปิดสนามอิตาลีเสมอบัลแกเรีย

ช่วงนั้นถ้าผมจำไม่ผิดอ่านหนังสือพิมพ์แล้วมีข่าวว่า

พลเอก ชวลิต จงใจยุทธ อนุมัติให้ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกตั้งแต่รอบ8 ทีม

อุปสรรคเวลานั้นคือบอลโลกที่เม็กซิโก ตรงกับบ้านเราช่วง ตีหนึ่งเป็๋นต้นไป

ถ้าจะดูบอลต้องรีบเข้านอนตั้งแต่หกโมงเย็น...

แล้วตื่นก่อนบอลแข่ง ตั้งนาฬิกาเอา...ดูจบอาบน้ำไปเรียนหนังสืออย่างสะลึมสะลือ

สมัยเด็กๆ ที่สุพรรณ ต้องนอนกลางมุ้ง โดยทีวีอยู่ในมุ้งพร้อม...

อันนี้ต้องกราบคุณยายที่ซื้อทีวีให้หลานดูเพราะรู้ว่าชอบกีฬา

ความทรงจำตอนนั้นชัดมากเพราะได้ดูบอลโลกมากกว่าปี 1978และ1982

มีทั้งถ่ายทอดสด, ภาพข่าว, ไฮต์ไลต์ มากมาย จุใจเด็กบ้าบอลอย่างเรา

แน่นอนปี 1986 มันคือบอลโลกในความทรงจำของคอบอลยุคนั้น

ส่วนตัวผมเริ่มรู้เรื่องบอลมากมายแล้วเพราะผมอ่านสตาร์ซอเกอร์ รายสัปดาห์

ในห้องสมุดของ ร.ร. สองพี่น้องวิทยาที่ผมร่ำเรียนมานั่นแหละครับ

ผมไม่มีทีมเชียร์อะไรเป็นกิจลักษณะ เพราะไม่ได้ผูกพันมากเท่าสโมสร

ทีมชาติก็ตามผลงานนักเตะหงส์แดง ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะเปรี้ยงปร้างมากนัก

พวกสกอตติช, ไอริช เยอะ ปีนั้นอังกฤษไม่มี "เด็กหงส์" อยู่เลย

ทั้งที่ลิเวอร์พูลคือ "มหาอำนาจ" ลูกหนังอังกฤษ

เหตุผลคือ นักเตะหงส์ส่วนใหญ่, เวลส์, สกอตติช,ไอร์แลนด์

นั่นเลยไม่รู้จะไปตามเชียร์ใคร...มี สตีฟ นิโคล ของสกอตแลนด์ ก็นิดหน่อย

ส่วนตัวผมจึงชอบนักเตะเป็นคนๆ

ชอบทีมชาติเป็นช่วงๆ ปีนั้นก็ต้องฝรั่งเศส

นำโดย มิเชล พลาตินี กับสี่ทหารเสือแดนกลาง...

ชอง ติกานา, อแล็ง ชีแรส และ ลูอิส แฟร์นองเดส

เอาใจช่วยให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกให้ได้

บอลโลกเที่ยวนั้นตัวเต็งคือ บราซิล ตามปกติ...

ตามด้วย อาร์เจนติน่า ที่มี ดีเอโก มาราโดนา

ตอนนั้นแค่อยากเห็นกับลูกกะตา ว่าเก่งจริงสมคำร่ำลือหรือไม่

อ่านหนังสือทราบว่าหลุดทีมชาติปี 1978 เพราะเด็กไป

ได้ดูไฮต์ไลต์ เมื่อ มาราโดนาเล่นบอลเยาวชนโลกที่ญี่ปุ่น

เขาพาฟ้าขาวคว้าแชมป์...และเป็นนักเตะยอดเยี่ยมทัวร์นาเม้นต์

ปี 1982 ติดทีมชาติชุดใหญ่ เจอเล่ห์เหลี่ยมการเล่นนอกเกม

เนื่องจากเกมนั้นเขาโดนประกบติด จนหงุดหงิดเล่นไม่ได้ หลายเกม�มีทั้งแบบล้อคตายโดย ตัวประกบคือ เคลาดิโอ เจนติเล่

ยุคนั้น ภาพช้ายังทำอะไรไม่ได้มาก วีเออาร์ ไม่มี

เจนติเล ทั้งดึง ฉุด ฟาวล์แบบเนียนๆ

แต่สุดท้าย มาราโดนา ดันมาหลุดเกมที่เตะบราซิล

เขาไล่เตะ บาติสต้า จนโดนใบแดง

ทว่าปี 1986 เขาคือกัปตันทีมชาติ วุฒิภาวะฟุตบอลได้แล้ว

เขาใช้ความสามารถของเขานำทางและนำทีม

ภาพของเขาจัดว่าชัดมาก ยิ่งเล่นยิ่งเห็นความอัจฉริยะ

ซ้ายอย่างเดียว...นี่แหละ

แต่ตอนนั้นผมก็เฉยๆกับ มาราโดนา เพราะผมเอาใจช่วย พลาตินี

กระนั้นเราก็คงปฏิเสธความสามารถของเขาไม่ได้

เกมที่เตะกับอังกฤษ ผมก็ไม่ได้เชียร์สิงโตคำราม

แค่อยากดูความมหัศจรรย์ ของ มาราโดนา

แล้วก็ได้เห็นความมหัศจรรย์จริงๆด้วย

จังหวะกระโดดชกบอลข้ามหัว ปีเตอร์ ชิลตัน เข้าไปนั้น...แว้บแรกคิดว่าโหม่ง

ภาพช้า...หลายมุมเห็นว่า "มือ"

ผมเองยังสบถกับตัวเองว่า "มาราโดนา แม่งโกง"

พอเห็นประตูที่สองเท่านั้นแหละครับ....

เล่นเลี้ยงบอลตั้งแต่แดนตัวเองหลบนักเตะอังกฤษ 5 คน

(เบียร์ดสลีย์,ฮอจด์, รีด, บุทเชอร์, เฟนนิค)

ก่อนหลอก ชิลตัน เข้าไปจิ้มตุงตาข่าย

โห....เป็นประตูด้วยความสามารถส่วนตัวที่สุดยอดที่สุดเท่าที่เคยดูบอลมา (ตอนนั้น)

ผมอุทานกับตัวเองอีกครั้ง

"มาราโดนา แม่งโคตรเก่ง...."

เส้นทางจากนั้น...ก็เป็นประวัติศาสตร์จากปลายสตั๊ดของเขา

แชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมฟ้าขาวที่เขามีอิทธิพลในการเล่นของทีม

ถ้าตามดูทุกนัดพบว่า...เขามีส่วนในการยิงและ "แอสซิสต์"

มันเริ่มจากเขา...นัดที่เยอรมัน (ต.ต.) เกือบทำได้ ไล่ตีเสมอฟ้าขาว 2-2

สุดท้ายก็เจอทีเด็ดของเขา...จนได้

การจ่ายบอลแบบได้เสีย... "คิลเลอร์ พาส" คืออีกความสุดยอด

ถ้าถามผมว่าความอัจฉริยะของเขาคืออะไร...กันแน่

ผมว่าในศาสตร์ลูกหนังไม่มีคำอธิบายครับ

มันอธิบายไม่ได้...เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

มันคือพรสวรรค์ เกิดมาเตะบอล..ก็เดาะบอลด้วยเศษผ้ากลมๆ ได้แล้ว

โยกหลอกคู่แข่งหัวปักหัวปำ ฉลาดในการเลือกจังหวะเล่น

ให้บอลแม่น...ยิงบอลคม...โคตรของโคตรของโคตรเบสิกบอล

อธิบายไปก็เท่านั้นครับ...เพราะมันหาคำอธิบายใดๆไม่ได้อย่างถูกต้อง

แม้ผมเองไม่ใช่ แฟนคลับ มาราโดนา แต่ติดตามผลงานของเขา

มันเหลือเชื่อมากๆที่นักเตะคนเดียว ต่อกีฬาซึ่งเล่นกันเป็นทีม

กลับทำให้เกิดความสำเร็จได้

แชมป์โลก...ต่อด้วยแชมป์ลีกกับนาโปลี ทีมที่ไม่เคยได้สคูเดตโต้เลย

เป็น มาราโดนา คนเดียวเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่าง

เขาย้ายมาจากบาร์เซโลนา ท่ามกลางการต้อนรับกว่าครึ่งแสน

จนกลายเป็นพลังหนุนเขาในเวลาต่อมา...

แชมป์โลก ต่อด้วยแชมป์ลีก สองสมัย

เป็นสองสมัยเท่านั้นที่นาโปลี ทำได้ จนถึงทุกวันนี้

มันก็น่าทึ่งนะครับนักเตะคนเดียวที่มีอิทธิพล...

ต่อทีม...ต่อแฟนบอล...ต่อคนทั้งเมือง

เขาคือเทพเจ้าลูกหนังของชาวเนเปิ้ลส์

คิดดูว่าบอลโลก 1990 คนเมืองนี้ ยังไม่เชียร์ทีมชาติอิตาลีเลย

แต่ปันใจให้ทีมชาติมาราโดนา......

ความเป็นอัจฉริยะลูกหนังของเขาทำให้เราก็มองข้ามด้านมืดของเขา

ถ้าจะมีประโยชน์อันใด...คงเป็นวิทยาทานหากเราอยากเรียนรู้

แต่ผมเชื่อว่า...ถ้าไม่ใช่ความอัจฉริยะในสนามบอล

ชื่อเสียง, ผลงาน .....ของ มาราโดนา เราก็ไม่เห็นด้านมืดแบบนั้น

คงไม่ต้องไปมอบรางวัลโนเบล หรือรางวัลบุคลากรผู้ทรงคุณค่าของโลก...

มันก็ไม่จำเป็นอยู่แล้ว...

ด้วยเพราะสิ่งที่เขาสร้างให้กับแฟนบอลคือ ..."ความสุข"

เท่านั้นมันก็เพียงพอแล้ว...

ถ้าเราจะบอกว่า...มาราโดนาคือ "ปรากฏการณ์" ทางฟุตบอล

มันก็ใช่...

ถ้าเราจะบอกว่า...มาราโดนา คือ "ผู้ทรงอิทธิพล" ในเกมและวงการฟุตบอล

มันก็ถูกอีกนั่นแหละ

คงไม่แปลกนะครับในวันที่เขาจากโลกนี้ไป...

บันทึกเอาไว้ ว่า 25 พ.ย. 2020 สิริอายุรวม 60 ปีกับอีก 26 วัน

โลกทั้งโลกต่างพากันอุทิศพื้นที่ทั้งโซเชียลและไม่เชียล...

ข่าวการสิ้นลมหายใจของ มาราโดนา มีทุกพื้นที่ในโลกของงานข่าว

ตั้งแต่ โยมิอูริ ชิมบุน, นิวยอร์ค ไทมส์, คิกเกอร์, มาร์ก้า,

โอ โกลโบ (บราซิล), บีบีซี, ลา กัสเซตต้า

...ทุกแพลตฟอร์มยุคนี้...มีแต่ข่าวการจากไปของ มาราโดนา

สกู๊ปพิเศษทำออกมาเยอะแยะไปหมด

ส่วนตัวของผมเองก็ไม่ได้อ่านรายงานเหล่านี้

เพราะรู้เรื่องของเขามาตั้งแต่เรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย...แล้ว

ซึ่งแน่นอน สื่อมากมายต้องทำรายงานพิเศษให้คนรุ่นใหม่ได้ รู้เรื่องราวอันยิ่งใหญ่

ที่เป็น ดีเอโก มาราโดนา

มีคำไว้อาลัยถึงเขาหลายคนน่าสนใจ...

ขอเลือกสักหนึ่งคนกับอีกหนึ่งสำนักข่าว

ถือว่าปะทะกับ มาราโดนา โดยตรง

คนแรกคือ แกรี ลินิเกอร์ ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ

ผู้ยิงประตูให้ทีมตีไข่แตกก่อนแพ้ฟ้าขาวปี 1986

ลินิเกอร์ ทวิตข้อความว่า...

Reports from Argentina that Diego Armando Maradona has died. By some distance the best player of my generation and arguably the greatest of all time. After a blessed but troubled life, hopefully he’ll finally find some comfort in the hands of God. #RipDiego

ตามสไตล์ แกรี ลินิเกอร์ เขาแหละครับ...

มักมีแซะ มีเสียดสีตลกๆ ผ่านทางทวิตเตอร์

แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่มีมุกตลกแซมๆ ไม่ใช่ ลินิเกอร์

hopefully he’ll finally find some comfort in the hands of God.

คงไม่ต้องแปลนะครับ...คอบอลย่อมเข้าใจความนัย

อย่างไรก็ตาม...ที่อ่านแล้วชื่นชอบที่สุดคือสำนักข่าวบีบีซี

ผมว่า...มันใช่ที่สุดเลยกับการยกย่องและไว้อาลัย

แด่...มาราโดน่า ผู้ "อัจฉริยะ" ในเกมลูกหนังของมนุษยชาติ

"Thank you for having existed, Diego.

We're going to miss you all our lives."

ขอบคุณสำหรับการมีตัวตนบนโลกใบนี้ ดีเอโก

พวกเราจะคิดถึงคุณไปตลอดชีวิต.....

#RIP

#MARADONA
ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2007-08 อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพิ่งเสียแข้งสตาร์ออกจากทีมไปถึง 3 คน เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ ไปเรอัล มาดริด 27 ล้านยูโร ไรอัน บาเบิ้ล ไปลิเวอร์พูล 11.5 ล้านยูโร ซเดเน็ก กรีเกร่...
"ตอนที่ผมอยู่กับ ยูเวนตุส ผมโดน มาร์แตร์รัซซี่ ไล่เตะจนเจ็บไปหมด ซึ่งผมจำได้ดี"
"เมื่อผมทำประตูได้ ผมจะไม่แสดงความดีใจ เพราะการทำประตูมันคือหน้าที่ของผม" "คุณเคยเห็นบุรุษไปรษณีย์แสดงความดีใจไหมล่ะ เวลาเขาส่งจดหมายเสร็จ?" มารีโอ บาโลเตลลี่ Cr.Football Legacy
ภรรยาของเควิน เดอ บรอยน์: "บางครั้งที่โต๊ะอาหารค่ำ ฉันกำลังจะอ้าปากถามสามีฉันว่า 'ที่รัก ช่วนส่งสลัดมาหน่อยได้มั้ย' แค่คิดเท่านั้น สลัดมันก็มาอยู่บนจานของฉันแล้ว ก็นั่นล่ะ เขาเป็นแบบนี้เสมอ ทั้งๆ ...
ดั่งคำที่ ซลาตัน เคยบอก ว่าอย่าแหยมกับ 'พระเจ้า' เพราะเพื่อนเก่าก็ไม่มีเว้นให้ โดยเฉพาะ "ชูลิโอ เซซาร์"
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค , มัทไธส์ เดอ ลิกต์ , แฟรงกี้ เดอ ยอง ผลผลิตแห่ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม
#ClashOfTitans | 21 พฤษภาคม 2005 เกมเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศที่ มิลเลนเนียม สเตเดี้ยม มันคือครั้งสุดท้ายที่ "ปาทริค วิเอร่า" ได้ปะทะกับ "รอย คีน" บนสนาม ก่อนที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสจะย้ายไปอยู่กับ ยูเว...
#Crespo | การอยู่กับ เชลซี บน 2 ช่วงเวลาของ "เอร์นัน เครสโป" ถือว่าเป็นหนังคนละม้วนเลยก็ว่าได้ เขาย้ายมาอยู่กับสิงห์บลูส์ในฤดูกาล 2003-04 ด้วยค่าตัวมหาศาล 16.8 ล้านปอนด์ พร้อมกับเพื่ิอนใหม่อีกถึง ...
#Pitbull | สมัยเป็นนักเตะ เขาสะสมใบแดงโดยตรง 5 ครั้ง และรับใบเหลืองแดงไปอีก 17 ครั้ง
ชนะเพียงนัดเดียวจาก 6 นัดหลัง . จากทีมหัวตารางร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 8 . เชลซี ของ แลมป์พาร์ด เริ่มตกที่นั่ลำบากแล้ว. Cr.ตุงตาข่าย
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง