กึ๋นของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส และความสำคัญของเจมี่ วาร์ดี้

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ดีที่สุดใน พ.ศ. นี้ต้องไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษเท่านั้น แต่จะดีมากๆหากคอบอลได้เข้ามาชมในเว็บไซต์ pollball.in.th ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นเว็บที่ได้รวบรวมไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษที่สำคัญๆในแต่ละวัน โดยในแต่ละแมชต์ที่คุณพลาดทางเรามีการอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง ฉะนั้น ทางเว็บ pollball.in.th จึงเป็นเว็บที่ดีที่สุดเว็บหนึ่งที่รวบรวมไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเด็ดๆให้คอบอลได้ทราบข่าวสารข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง LiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก

แม้จะต้องเจอกับปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บคอยเล่นงานมาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว จนมาถึงช่วงต้นในฤดูกาลนี้ แต่หลังผ่านศึกพรีเมียร์ ลีกไป 8 นัด สามารถเก็บได้ 18 คะแนน จากสถิติ ชนะ 6 แพ้ 2 นำเป็นจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ ลีก คว้าชัยชนะในฐานะทีมเยือนได้ทุกเกม นับเป็นการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดของเลสเตอร์ ซิตี้ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีก ซึ่งดีกว่าในฤดูกาล 2015-16 ที่พวกเขาช็อกโลกลูกหนังด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกมาครองเสียอีก แถมในศึกยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่มก็คว้าชัยชนะได้ 3 นัดรวด ซึ่งนอกจากต้องให้เครดิตกับนักเตะแล้ว คนที่ต้องให้เครดิตมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเบรนแดน ร็อดเจอร์สกุนซือของทีม

หลังจากมีประสบการณ์ความผิดหวังมาจากฤดูกาลที่แล้ว เมื่อมาตกม้าตายในช่วงท้ายฤดูกาล จบเพียงแค่อันดับที่ 5 ของลีก ทั้งที่รั้งอันดับ 2-4 มาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6-36 ของการแข่งขัน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง โดย 17 เกมสุดท้าย พวกเขาคว้าชัยชนะได้เพียง 4 เกมเท่านั้น ซึ่งก็ต้องบอกว่าปัญหาหลักอย่างหนึ่งในช่วงนั้นคือร็อดเจอร์สเองก็เริ่มเสียผู้เล่นตัวหลักไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่ริคาร์โด้ เปเรยร่า แบ็กและปีกขวาจอมบุกที่เจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าไปตั้งแต่เดือนต้นเดือนมีนาคม จนตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกาย
.
จากนั้นหลังกลับมาแข่งขันกันต่อในเดือนมิถุนายน เนื่องจากลีกต้องเบรกไปด้วยปัญหา COVID 19 นอกจากผลงานของนักเตะตัวหลักที่ดูดร็อปลงไปแล้ว การเสียผู้เล่นตัวหลักเพิ่มเติมอย่างเบน ชิลเวลล์, เจมส์ แมดดิสัน ไปจากอาการบาดเจ็บ และชากลาร์ โซยุนชู ปราการหลังตัวหลักก็มาโดนแบนใน 3 นัดสุดท้าย ซึ่งถือเป็นโปรแกรมหนักทั้งสิ้น ก็ยิ่งทำให้เลสเตอร์ ซิตี้เร่งไม่ค่อยจะขึ้น แม้ร็อดเจอร์สจะพยายามปรับหมากการเล่นแล้วก็ตาม และสุดท้ายทีมก็พลาดพื้นที่ 4 อันดับแรกไปอย่างน่าเจ็บใจ
.
เริ่มต้นฤดูกาลนี้ ร็อดเจอร์สเริ่มต้นด้วยการกลับมาใช้ระบบ 4-1-4-1 ถอยวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ กองกลางตัวรับคนเก่งไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ คู่กับชากลาร์ โซยุนชู เนื่องจากจอนนี่ อีแวนส์ ปราการหลังตัวหลักติดโทษแบนมาจากการโดนไล่ออกในนัดสุดท้ายฤดูกาลของที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ในเกมอุ่นเครื่องก่อนปิดฤดูกาล เขาเองก็ลองให้เอ็นดิดี้ถอยไปเล่นในบทบาทนี้มาแล้ว และดาวเตะทีมชาติไนจีเรียก็ทำผลงานได้พอใจ
.
กับตำแหน่งแบ็กซ้ายการขายเบน ชิลเวลล์ ออกไป และเสริมทิโมธี คาสตานเย่ วิงแบ็กจอมบุกดีกรีทีมชาติเบลเยี่ยมเข้ามาจากอตาลันต้า หลายคนคาดการร์ว่าเขาจะเข้ามาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายของชิลเวลล์ เนื่องจากสมัยอยู่กับอตาลันต้าคาสตานเย่ก็เคยถูกจับโยกไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็กด้านซ้ายในระบบปราการหลังตัวกลาง 3 คนของจาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ แต่ร็อดเจอร์สมองว่าเขาจะใช้ศักยภาพของคาสตานเย่ได้ดีที่สุดคือตำแหน่งแบ็กขวา จึงตัดสินใจโยกเจมส์ จัสติน แบ็กขวาดาวรุ่งที่ดึงตัวมาจากลูตัน ทาวน์ และได้มีโอกาสลงสนามไปบ้างในช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว หลังจากการขาดหายไปของเปเรยร่า ไปเล่นเป็นแบ็กซ้ายแทน
.
เขยิบมาที่แดนกลางร็อดเจอร์สให้โอกาสน็อมปาลิส เมนดี้ มิดฟิลด์ประเภทผึ้งงานที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสลงเล่นมานัก ได้กลับมาออกสตาร์ทอีกครั้งในตำแหน่งของเอ็นดิดี้ ให้เดนนิส ปราท ได้มีโอกาสลงประสานงานกับเพื่อนร่วมชาติอย่างยูริ ตีเลอมันส์ตัวหลักของทีม เนื่องจากเจมส์ แมดดิสัน ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บต่อเนื่องมาจากฤดูกาลที่แล้ว ด้านข้างเป็นอโยเซ่ เปเรซ กับฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และหน้าเป้าเป็นเจมี่ วาร์ดี้ ซึ่งด้วยขุนพลชุดนี้ผลงาน 2 เกมแรกก็ถือว่าน่าประทับใจ เก็บได้ 6 แต้มเต็ม จากการบุกไปชนะน้องใหม่อย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-0 และเปิดบ้านถล่มเบิร์นลี่ย์ไป 4-2
.
แต่ความน่าปวดหัวก็มาเยือนเลสเตอร์ ซิตี้ และร็อดเจอร์สอีกครั้ง หลังผ่านเกมลีกไปแค่ 2 นัด เมื่อต้องมาเสียวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ แข้งคนสำคัญไปอีกราว 3 เดือน จากปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณขาหนีบจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ก่อนที่กลางเดือนตุลาคมจะมาเสียชากลาร์ โซยุนชู ปราการหลังตัวเก่งไปอีกคนจากอาการคล้ายกับเอ็นดิดี้ และนั่นยังไม่นับรวมกับการขาดเจมี่ วาร์ดี้, เดนนิส ปราท, ดาเนี่ยล อมาร์ตีย์, จอนนี่ อีแวนส์ และทิโมธี คาสตานเย่ ที่สลับกันเจ็บอย่างต่อเนื่อง จนเรียกได้ว่าตั้งแต่เปิดฤดูกาลนี้มา ร็อดเจอร์สยังไม่เคยมีทีมที่สมบูรณ์แบบจริงๆให้เจ้าตัวได้ใช้งานเลย
.
อย่างไรก็ตามจากปัญหาอาการบาดเจ็บเหล่านี้ ก็ช่วยแสดงให้ร็อดเจอร์สได้แสดงกึ๋นในการปรับหมาก และแก้ไขสถานการ์ณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบการเล่น การให้โอกาสนักเตะ และสลับตำแหน่งของนักเตะหลายๆคนไม่ว่าจะเป็น เจมส์ จัสติน ที่ฤดูกาลนี้เขาต้องลงเล่นทั้งตำแหน่งแบ็ก และวิงแบ็กซ้าย, เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และสลับกลับมาเล่นวิงแบ็กด้านขวา ในช่วงที่ทิโมธี คาสตานเย่ต้องเจ็บไป เดนนิส ปราท ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตรงกลาง และด้านข้าง แบ็กจอมเก๋าอย่างคริสเตียน ฟุคส์ ที่ลงสนามในฐานะเซ็นเตอร์ด้านซ้ายในระบบปราการหลัง 3 คน
.
น็อมปาลิส เมนดี้ กลับมาแจ้งเกิดกับทีมได้อีกครั้ง ในฐานะมิดฟลิด์ตัวรับจอมขยันที่ช่วยเบรกเกมแดนกลางของคู่แข่ง และโดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของเวสลี่ย์ โฟฟาน่า ปราการหลังดาวรุ่งค่าตัว 30 ล้านปอนด์ จากแซงต์ เอเตียน จากปัญหาวิกฤตเกมรับที่ต้องเจอ ทำให้ร็อดเจอร์สต้องรีบตัดสินใจส่งดาวเตะวัย 19 ปีรายนี้ลงสนามแบบเร็วเกินคาด ทั้งที่เพิ่งย้ายร่วมทีมในตอนต้นเดือนตุลาคม และแม้จะออกสตาร์ทลงเล่นให้กับทีมด้วยการพ่ายแพ้คาบ้านต่อแอสตัน วิลล่า 0-1 แต่ด้วยผลงานส่วนตัวในเกมนั้นก็ถือว่าโฟฟาน่าสอบผ่านได้อย่างสบายๆ และนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็กลายเป็นตัวหลักของทีมได้อย่างรวดเร็ว และจากความนิ่งที่เกินอายุ เล่นลูกกลางอากาศได้อย่างแข็งแกร่ง ความเหนียวแน่น และความแม่นยำในการดักสกัดบอล แถมยังพาบอลลุยขึ้นไปด้านหน้าได้ ก็ทำให้เขาได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา และต่างเชื่อกันว่าเขาจะพัฒนาไปได้กว่านี้อีกมาก
.
นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชมร็อดเจอร์สก็คือความหลากหลายในวิธี และระบบการเล่น ในฤดูกาลนี้ใช้ระบบการเล่นทั้ง 4-1-4-1 ในเกมลีก 2 นัดแรก รวมถึงเกมที่แพ้แอสตัน วิลล่า 0-1 ระบบ 5-4-1 ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-4-3 ในเกมกับเวสต์แฮม ที่ดูไม่ได้ผลที่ดีซักเท่าไหร่ ก่อนที่จะมาลงตัวกับระบบ 3-4-2-1 ในปัจจุบัน นับตั้งแต่ใช้ในเกมที่บุกไปเอาชนะอาร์เซน่อลมาได้ 1-0 ซึ่งนับเป็นการบุกไปเอาชนะทีม “ปืนใหญ่” ได้ถึงรังครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1973
.
กับวิธีการเล่นของร็อดเจอร์ส เขาไดรับความชื่นชมจากทั้งนักเตะ และอดีตตำนานของทีม ว่ามีความหยืดหยุ่นมากขึ้นในแต่ละเกม ในเกมที่เจอกับคู่แข่งที่สูสีกัน หรือดูเหนือกว่า พวกเขาจะเล่นด้วยความดุดัน บดเข้าใส่ แต่ในการเจอกับทีมใหญ่ อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ร็อดเจอร์สเลือกจะให้นักเตะถอยไปตั้งรับต่ำ เล่นอย่างอดทน มีวินัย ไม่เปิดพื้นที่ให้นักเตะคู่แข่งได้เล่นง่ายๆ นักเตะเกมรุกคอยลงมาช่วยบีบกดดันคู่แข่ง และลงโทษด้วยจังหวะสวนกลับ เช่นเดียวกับในเกมกับอาร์เซน่อล ที่พวกเขาเล่นด้วยความอดทนไม่เปิดพื้นที่ให้กับอาร์เซน่อลได้ต่อบอลได้ถนัด แม้อาจจะไม่สวยงาม เร้าใจ และไม่ใช่สิ่งที่นักเตะของทีมคุ้นเคยมากนัก แต่นักเตะก็ต่างเชื่อฟัง และเล่นได้อย่างมีระเบียบตามแท็กติก ซึ่งสุดท้ายก็ได้ผลการแข่งขันอย่างที่ทีมต้องการ
.
เป็นที่น่าสนใจว่า ในฤดูกาลนี้พวกเขาจะรักษาระดับการเล่นของทีมไปได้ไกลแค่ไหน หรือจะค่อยๆแผ่วปลายเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องไม่ลืมว่า หากร็อดเจอร์สได้ตัวหลักทั้งหมดกลับมาไม่ว่าจะเป็นริคาร์โด้ เปเรยร่า, ชากลาร์ โซยุนชู และวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ก็น่าคิดว่าพวกเขาจะน่ากลัว และแข็งแกร่งขึ้นอีกแค่ไหน
.
แต่อย่างน้อยดูจากปัญหาปัจจุบันที่ร็อดเจอร์สต้องเจอกับผลการแข่งขันที่ออกมา ก็แสดงให้เห็นว่าเลสเตอร์ ซิตี้ดูมีทีมที่ขนาดใหญ่ขึ้น และน่าจะดีลกับปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บได้ดีกว่าในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยืมตัวเจงกิส อุนแดร์เข้ามาช่วยเติมทางเลือกในเกมรุก แบ็กซ้ายดาวรุ่งอย่างลุก โธมัส ที่ก็ได้โอกาสลงเล่นมากขึ้น
.
นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าการขาดตัวหลักในตำแหน่งไหนไป ร็อดเจอร์สก็พอที่จะหาใครมาทดแทนได้ไม่ว่าจะเป็นการขาดหายไปของเจมส์ แมดดิสันก่อนหน้านี้ รวมทั้งริคาร์โด้ เปเรยร่า, ชากลาร์ โซยุนชู และวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้
.
อย่างไรก็ตามปัญหาหลักอย่างหนึ่งที่น่าเป็นกังวลแทน และเป็นสิ่งที่ร็อดเจอร์สคงจะแก้ไขไม่ได้ง่ายๆ และเขาเองก็คงไม่อยากเจอ นั่นก็คือหากวันไหนที่ทีมต้องขาดเจมี่ วาร์ดี้ไป หรือเจ้าตัวโชว์ฟอร์มไม่ออกขึ้นมา ร็อดเจอร์สจะมีวิธีแก้กับปัญหานี้อย่างไร คุณภาพของทีมในการมีวาร์ดี้ และไม่มีนั้น ที่ผ่านมาถือว่าแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และเคเลชี่ อิเฮียนาโช่ หรืออิสลาม สลิมานี่เองเต็มที่ก็สามารถทดแทนได้แค่ในระดับนึงเท่านั้น
.
อย่างในเกมกับแอสตัน วิลล่า การไม่มีวาร์ดี้เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บน่อง ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้แทบจะไม่มีจังหวะได้ลุ้นประตูคู่แข่งแม้แต่น้อย นอกจากนี้ในเกมกับอาร์เซน่อล ระหว่างการไม่มีวาร์ดี้ในช่วง 1 ชั่วโมงแรกของเกม และช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายที่วาร์ดี้ถูกส่งลงสนามมาก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด การลงมาของวาร์ดี้ช่วยเปลี่ยนรูปแบบของเกมไปอย่างชัดเจน เขาลงมาช่วยกดดันเกมรับของอาร์เซน่อลให้ไม่กล้าดันขึ้นสูงมากนัก และสุดท้ายก็เป็นวาร์ดี้เองที่ช่วยยิงประตูชัยให้กับทีม ซึ่งเบรนแดน ร็อดเจอร์สเองก็ยอมรับว่าเจมี่ วาร์ดี้ เป็นกองหน้าระดับเวิร์ดคลาสที่ไม่ได้มีดีแค่การจบสกอร์ หรือความเร็วเท่านั้น เขามีทั้งความหิวกระหาย วิธีในการวิ่งของเขาสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ และช่วยสร้างโอกาสในการทำประตูให้กับทีมได้เสมอ ซึ่งเขาเองก็โชคดีมากที่มีวาร์ดี้อยู่ในทีม
.
ดังนั้นหากแฟนเลสเตอร์ ซิตี้ หวังที่จะให้ทีมรักษาผลงานที่ดีต่อเนื่องเอาไว้ให้ได้ นอกจากจะต้องหวังพึ่งกึ๋น และการวางหมากของเบรนแดน ร็อดเจอร์สแล้ว ก็ต้องลุ้นให้เจมี่ วาร์ดี้ ที่ตอนนี้นำเป็นดาวซัลโวร่วมของลีกด้วยจำนวน 8 ประตู อย่างมาโดนโรคเดี้ยงเล่นงานเป็นอันขาด เพราะไม่นั้นต่อให้ร็อดเจอร์สเก่งกาจแค่ไหน แต่การมี และไม่มีวาร์ดี้มันช่างแตกต่างเหลือเกิน
แม้จะต้องเจอกับปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บคอยเล่นงานมาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว จนมาถึงช่วงต้นในฤดูกาลนี้ แต่หลังผ่านศึกพรีเมียร์ ลีกไป 8 นัด สามารถเก็บได้ 18 คะแนน จากสถิติ ชนะ 6 แพ้ 2 นำเป็นจ่าฝ...
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง