3 แต้มแลก 1 กองหลัง

ลิเวอร์พูลล่าสุด เมื่อคืน ลิเวอร์พูล ราย-ชื่อ-ผู้-เล่น ลิเวอร์พูล facebook liverpool in thailand ตารางลิเวอร์พูล ข่าวพรีเมียร์ลีกล่าสุด ข่าวลิเวอร์พูล สยามสปอร์ต ลิเวอร์พูล สดLiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก

ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะเหนือมิดทิลแลนด์ได้แบบเบาๆ 2-0 แต่สิ่งที่แลกมา คือการต้องเสียเซ็นเตอร์แบ็กไปอีก 1 คน จนแทบจะไม่เหลือใครไว้ใช้งานแล้ว

ถ้าดูตามหน้าเสื่อ เจอทีมที่อ่อนที่สุดในกลุ่ม ก็สมควรจะยิงให้ขาด เอาชนะให้ได้เละเทะ แต่ในสถานการณ์ตัวเจ็บเพียบแบบนี้ ได้ 3 แต้ม ก็นับว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว และนี่คือเรื่องราว 21 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์เมื่อคืนนี้

1) ลิเวอร์พูลตัดสินใจพักสามประสานแนวรุกทั้งหมด แล้วส่งกลุ่มตัวสำรองลงมา คือมินามิโนะ, โอริกี้, ชาคิรี่ และโชต้า ซึ่งการเปลี่ยนยกเซ็ตแบบนี้เข้าใจได้ เพราะโปรแกรมต่อไปของลิเวอร์พูลจะหนักมากๆ เริ่มจากเจอเวสต์แฮมที่กำลังฟอร์มดีในสุดสัปดาห์นี้ ต่อด้วยเจอกับทีมจอมถล่มประตู อย่างอตาลันต้า ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก แล้วต่อด้วยเจอแมนฯซิตี้ในพรีเมียร์ลีก
ดังนั้นถ้าจะมีสักเกม ที่ซาลาห์, มาเน่, ฟีร์มีโน่ มีโอกาสจะได้พัก มันก็คือเกมในบ้านกับมิดทิลแลนด์ เกมนี้นั่นเอง มันเป็นการปรับไลน์อัพที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว

2) ขณะที่เกมรับ ตรงข้ามกัน เพราะคล็อปป์เลือกจะไม่พักใครสักคน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โรเบิร์ตสัน, โกเมซ และฟาบินโญ่ ลงครบหมด นั่นเพราะ 4 คนนี้จะเป็นตัวยืนไปอีกนาน ดังนั้นคุณต้องเล่นร่วมกันบ่อยที่สุด เพื่อให้เข้าขากันโดยเร็ว

3) มิดทิลแลนด์ จากเดนมาร์ก คู่แข่งของหงส์แดงเกมนี้ ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวนัก กล่าวคือนัดก่อน ก็เพิ่งโดนอตาลันต้าถล่มมา 4-0 ในเดนิชลีกก็ไม่ได้เป็นจ่าฝูง ส่วนประสบการณ์ในเวทียุโรปก็น้อยนิด เกมนี้จะเป็นการเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเกมเยือนนัดแรก ในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย คือยังไงก็โดน เทียบหมัดต่อหมัดรอดยากมาก อยู่ที่ว่าลิเวอร์พูลจะปิดเกมได้เมื่อไหร่แค่นั้น

4) ลิเวอร์พูลเองก็มีความผูกพันกับเดนมาร์กพอสมควร ในอดีตมีนักเตะจากประเทศนี้ถึง 7 คน เคยอยู่ในแอนฟิลด์ ประกอบไปด้วย แยน โมลบี้ (1984-95) , ทอร์เบน พีชนิค (1992-94), แดเนียล แอกเกอร์ (2005-14) และ คริสเตียน โพลเซ่น (2010-11)
โดย 4 คนนี้ คือคนที่ย้ายมาแล้วได้ลงเล่น แต่มีนักเตะเดนมาร์กอีก 3 คน ที่เคยย้ายมาแต่ไม่ได้ลงเล่นเลยสักเกมเดียว ได้แก่ ไมเคิล สเตนส์การ์ด, จอร์เก้น นีลเซ่น และ มาร์ติน แฮนเซ่น ทั้งหมดเป็นนายทวารตัวสำรอง อยู่ได้ระยะสั้นๆ พอไม่ได้ลง ก็ย้ายทีมออกไป
นอกจากนั้นสถิติบันทึกว่า ในประเทศเดนมาร์ก มีแฟนบอลที่เป็นแฟนของลิเวอร์พูลมากถึง 250,000 คน ซึ่งเป็นสโมสรที่นิยมที่สุดในประเทศด้วย

5) เกมในครึ่งแรกเริ่มต้นขึ้น ลิเวอร์พูลครองเกมแบบวันเวย์ เปอร์เซ็นต์การครองบอลในครึ่งแรกสูงถึง 75% อย่างไรก็ตาม ที่น่าแปลกใจคือใน 75% นั้น ไม่มีการยิงตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว แนวรุกทั้ง 4 คน เล่นไม่เข้าขากันเลย

6) ทาคุมิ มินามิโนะ เป็นคนที่น่าผิดหวังที่สุดในเกมนี้ ในช่วงปรีซีซํ่นจนถึงคอมมิวนิตี้ชิลด์เขาเล่นได้เด่นมากๆ จนมีการพูดกันว่า มีลุ้นแย่งตัวจริงได้เหมือนกัน แต่ฟอร์มในเกมนี้ เล่นได้ออกทะเลมาก คิดช้าทำช้า บางจังหวะเพื่อนหลุดไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมจ่าย บางครั้งจับบอลพลาดต้องไปแย่งคืนจนเสียฟาวล์ ยังไม่นับจังหวะที่น่าจะยิงประตูได้ แต่ก็หาช่องยิงไม่ได้อีก

ในเกมนี้ มินามิโนะได้คะแนน 6.0 จาก Whoscored ต่ำที่สุดในบรรดานักเตะทุกคนของลิเวอร์พูล ซึ่งก็ไม่ได้เซอร์ไพรส์ เขาได้สัมผัสบอลแค่ 29 ครั้งตลอด 1 ชั่วโมงในสนาม และจ่ายบอลเข้าเป้าแค่ 18 หน ไม่มีบทบาทใดๆ จนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกในที่สุภภภภด โดยสีหน้าของมินามิโนะตอนโดนถอด เต็มไปด้วยความหงุดหงิด นี่คงเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เขาแสดงอาการถึงขนาดนี้

แม้แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังยอมรับหลังเกมว่า "ทาคิดูมีชีวิตชีวา แต่เขาเล่นไม่ค่อยเข้าจังหวะของเกม" ซึ่งไม่บ่อยนักที่คล็อปป์จะวิจารณ์แบบนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากตำหนิแล้ว คล็อปป์ก็ออกมาปกป้องว่า "มันก็เหมือนกับคู่แต่งงานนั่นแหละ มันต้องมีบางวันที่เจอเรื่องไม่ดีเข้ามาบ้าง แต่มันไม่จำเป็นต้องหย่าร้างกันเสียหน่อย"

แฟนหงส์แดงในโลกออนไลน์วิจารณ์ว่า มินามิโนะ มีความเร็ว ขยันวิ่ง ดังนั้นเอาไปยืนริมเส้นน่าจะได้ประโยชน์กว่า คือพอมาวางไว้ False 9 แบบฟีร์ม๊โน่ บางทีต้องใช้พละกำลัง ใช้ร่างกายบังบอลด้วย ซึ่งมินามิโนะไม่ได้มีจุดแข็งตรงนี้ ทำให้มายืนตรงกลาง อาจจะสร้างผลงานได้ยากหน่อย

7) ไฮไลท์สำคัญในครึ่งแรก เกิดขึ้นนาทีที่ 30 เมื่อฟาบินโญ่ ดาวเตะบราซิลที่มายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเฉพาะกิจ ได้รับบาดเจ็บตอนวิ่ง กล้ามเนื้อกระตุกขึ้นมาเฉยๆ โดยเป็นอาการเจ็บที่แฮมสตริง ซึ่งพอเดินได้ แต่วิ่งสปรินท์ไม่ได้ มันแปลว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะใช้งานต่ออยู่ดี คล็อปป์จึงถอดออกทันที แล้วส่งรีส วิลเลียมส์ ลงเล่นแทน

โดยปกติแล้วอาการแบบนี้ ต้องพักขั้นต่ำแน่ๆ 4-6 สัปดาห์ นั่นแปลว่าลิเวอร์พูลจะเหลือเซ็นเตอร์แบ็กซีเนียร์แค่คนเดียวเท่านั้นคือโจ โกเมซ เพราะโจเอล มาติปก็ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากนี้ไปจนกว่ามาติปจะหาย คล็อปป์ต้องเลือกว่าจะใช้งานใครดี ยืนคู่กับโกเมซ

รีส วิลเลียมส์ (เล่นได้ทั้งพรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนส์ลีก), แนท ฟิลลิปส์ (เล่นได้เฉพาะพรีเมียร์ลีก) และ บิลลี่ คูเมติโอ (เล่นได้เฉพาะพรีเมียร์ลีก) แต่ไม่ว่าจะเลือกใครก็นับว่ามีประสบการณ์น้อยนิดมาก ในเกมระดับสูงขนาดนี้ ซึ่งจริงๆคล็อปป์มีอีกทางเลือก คือเอาจอร์แดน เฮนเดอร์สน มายืนเซ็นเตอร์แบ็ก เหมือนเกมฟีฟ่าคลับเวิลด์กับมอนเตอร์เรย์ในปีที่แล้ว แต่นั่นคงเป็นทางเลือกท้ายๆจริงๆ

8) ปัญหาของเซ็นเตอร์แบ็กตัวแทน คือความนิ่ง เราจะเห็นได้ว่าพอวิลเลียมส์ลงมา จังหวะแรกขอเขาคือวิ่งไปทับตำแหน่งกับเฮนเดอร์สันจนเกือบเสียบอล จากนั้นมีจังหวะที่ลิเวอร์พูลเซ็ตบอลสั้นๆ เพื่อเข้าทำ บอลก็ไหลมาถึงวิลเลียมส์ แต่เขาจับบอลพลาด โชคดีที่ไปเข้าเท้าอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จึงไม่โดนมิดทิลแลนด์ลงโทษ

9) ก่อนจบครึ่งแรกเฮนเดอร์สัน โดนเยนส์ คายุสเต้ กองกลางของมิดทิลแลนด์อัดไปอีกดอก ซึ่งเฮนเดอร์สันลงไปกองกับพื้น เหมือนจะเจ็บ แต่สุดท้ายลุกขึ้นมาเล่นได้ อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง เขาถอดเฮนเดอร์สันออก แล้วใช้งานจินี่ ไวจ์นัลดุมลงเล่นแทน แต่ยังไม่มีการปรับแผน ใช้ 4-2-3-1 เหมือนเดิม

10) อดัม ลัลลาน่า อดีตนักเตะเก่าหงส์แดง ในเกมนี้เป็นนักวิเคราะห์เกมให้ช่อง บีที สปอร์ต ที่อังกฤษ ซึ่งในช่วงพักครึ่งเขาบอกว่า ลิเวอร์พูลเล่นไม่ดีจริงๆ ในครึ่งแรก แต่ในช่วง 15 นาทีของพักครึ่ง คล็อปป์จะไปกระตุ้นทุกคนให้กลับมาฮึดสู้อีกครั้ง และลิเวอร์พูลจะลงสนามในครึ่งหลังด้วยพลังที่มากกว่าเดิม ยังไงศักยภาพโดยรวมลิเวอร์พูลก็เหนือกว่ามิดทิลแลนด์อยู่แล้ว

11) เข้าครึ่งหลัง ก็เป็นเหมือนที่ลัลลาน่าพูด ลิเวอร์พูลใช้ความใจเย็น ค่อยๆหาช่อง เซอร์ดาน ชาคิรี่ถอยลงต่ำมากขึ้น เพื่อช่วยเชื่อมเกม และในที่สุดก็ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 55

ความสวยของลูกนี้ไม่ใช่แค่จังหวะเข้าทำเท่านั้น แต่เป็นการเซ็ตเกมอย่างอดทน ลิเวอร์พูลแย่งบอลจากมิดทิลแลนด์ได้ ในเวลา 53:31 จากนั้นพวกเขาใช้การต่อบอลถึง 19 ครั้ง และยิงได้ในเวลา 54:31 ใช้เวลาต่อบอลทั้งสิ้น 1 นาทีพอดีเป๊ะ โดยในเพลย์นี้ นักเตะแทบทั้งทีม มีส่วนกับการต่อบอล ยกเว้นแค่ 2 คนที่ไม่ได้สัมผัสบอลคือ มินามิโนะ กับ อลิสซอน

บอลเริ่มจากซ้าย แต่เมื่อโรเบิร์ตสันเห็นว่าขึ้นไม่ได้ ก็ย้ายข้ามไปขวา พอเทรนต์ได้บอล ยังหาช่องเจาะไม่ได้ ก็ถ่ายบอลกลับไปซ้ายอีก แล้วก็กลับมาขวาอีกรอบ จนสุดท้ายเทรนต์เห็นช่อง จึงจัดการชิ่ง 1-2 กับชาคิรี่ แล้วปาดให้ดีโอโก้ โชต้า ยิงเผาขนเข้าไป ลิเวอร์พูลนำ 1-0

12) นี่ไม่ใช่ประตูแรกของโชต้า ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก เขาเคยยิงได้มาแล้ว 1 ลูก ในปี 2016 สมัยเล่นอยู่กับปอร์โต้ โดยทีมที่ยิงได้คือเลสเตอร์ ซิตี้ แต่จากนั้นมาพอย้ายมาวูล์ฟส์ ก็ไม่เคยได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกอีกเลย จนมาปีนี้ย้ายมาหงส์ จึงได้เล่นถ้วยใหญ่อีกครั้ง และมายิงได้ในที่สุด (ลูกที่ยิงเลสเตอร์ กับ ลูกที่ยิงมิดทิลแลนด์ ใช้เท้าขวาซัดเหมือนกัน)

ที่น่าสนใจคือ ทั้ง 3 ประตูของโชต้าที่ยิงได้ให้ลิเวอร์พูลในซีซั่นนี้ ยิงในครึ่งหลังทั้งหมด และเป็นยิงใส่ฝั่งสแตนด์เดอะ ค็อปอย่างเดียวด้วย

13) นอกจากนั้นการยิงได้ในลูกนี้ของโชต้า เป็นประตูที่ 10,000 ของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร แล้วประตูอื่นๆในหลักพันมีใครยิงบ้าง ?

1000 - บ็อบบี้ โรบินสัน [ ยิงใส่แอสตัน วิลล่า ปี 1906 ]
2000 - แฮร์รี่ แชมเบอร์ส [ ยิงใส่นิวคาสเซิล ปี 1925 ]
3000 - แจ๊ค บัลเมอร์ [ ยิงใส่แอสตัน วิลล่า ปี 1938 ]
4000 - จิมมี่ เมเลีย [ ยิงใส่เลย์ตัน โอเรียนต์ ปี 1958 ]
5000 - เอียน เซนต์ จอห์น [ ยิงใส่วัตฟอร์ด ปี 1969 ]
6000 - เทอร์รี่ แม็คเดอร์ม็อตต์ [ ยิงใส่เวสต์แฮม ปี 1980 ]
7000 - จอห์น อัลดริดจ์ [ ยิงใส่สเปอร์ส ปี 1989 ]
8000 - ไมเคิล โอเว่น [ ยิงใส่เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2000 ]
9000 - โซติริออส คีร์เกียกอส [ ยิงใส่แบล็คพูล ปี 2010 ]
10000 - ดีโอโก้ โชต้า [ ยิงใส่มิดทิลแลนด์ ปี 2020 ]

เราจะเห็นได้ว่า ค่าเฉลี่ยแล้วลิเวอร์พูลจะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ต่อการยิงได้ 1,000 ลูก ยกเว้นในช่วง 3000 - 4000 ใช้เวลา 20 ปี สาเหตุก็เพราะมีสงครามโลกครั้งที่ 2 และฟุตบอลก็หยุดพักการแข่งขันไประยะหนึ่งนั่นเอง

14) นาทีที่ 60 ของเกม คล็อปป์ต้องส่งตัวจริงทั้ง โม ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ลงสนาม เพราะโอริกี้กับมินามิโนะ ไม่มีบทบาทในเกมนี้ ดังนั้นต้องเอาตัวจริงลงมาเพื่อกดดันมิดทิลแลนด์ ก่อนที่จะส่งฟีร์มีโน่ ลงมาเป็นสำรองคนสุดท้าย ใช้สามประสานชุดหลักในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม

15) ลิเวอร์พูลมาได้จุดโทษในช่วงทดเจ็บ ลูกนี้ไม่มีอะไรกังขา ซาลาห์โดนเตะก่อนง้างเท้ายิง เป็นจุดโทษแน่นอน แต่ลูกนี้น่าสนใจนิดๆ คือใครจะยิง ระหว่างเจมส์ มิลเนอร์ กับ โม ซาลาห์ ซึ่งเป็นคนที่ไว้ใจได้มากๆทั้งคู่
สถิติของมิลเนอร์ ยิงเข้ามา 6 ลูกติดต่อกัน แต่ซาลาห์นั้นเฉียบขาดไม่แพ้กัน เขายิงไม่พลาดมา 11 ลูกติดต่อกันแล้ว ดังนั้นลูกนี้ มิลเนอร์จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของซาลาห์ และซาลาห์ก็ไม่พลาดจริงๆ ยิงเข้าไปให้ลิเวอร์พูลนำ 2-0 ซึ่งถ้าสังเกตตอนยิงได้ คนแรกที่ซาลาห์เดินเข้าไปดีใจด้วยก่อนเลย ก็คือมิลเนอร์นี่แหละ

16) จบเกมลิเวอร์พูลชนะ 2-0 สกอร์ไม่เยอะ แต่ถ้าคิดในแง่ว่าพักแนวรุกยกเซ็ต เก็บชัยชนะได้ก็นับว่าดีแล้ว ขณะที่เกมรับ ก็เก็บคลีนชีทได้สองนัดซ้อนในแชมเปี้ยนส์ลีก อาจจะมีจังหวะอันตรายปล่อยให้มิดทิลแลนด์ได้หลุดไปยิงสองครั้ง (ติดเซฟ 1 เข้าข้างตาข่าย 1) แต่ในภาพรวมก็ยังถือว่าแกร่งอยู่ ครึ่งหลังรีส วิลเลียมส์ ก็ไม่เล่นลนลานเหมือนครึ่งแรก

17) ขณะที่แมน ออฟ เดอะ แมตช์ เกมนี้ชัดเจนว่าต้องเป็นเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จริงๆเขาเด่นตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว มีช็อตที่เขาเลี้ยงหลบกองหลังทั้งแผง แต่จ่ายบอลจังหวะสุดท้ายให้มินามิโนะไปติดแนวรับคนสุดท้ายนิดเดียวจริงๆ จากนั้นมาในครึ่งหลังก็ปล่อยทีเด็ดเรื่อยๆ แอสซิสต์ลูก 1-0 จากนั้นถวายพานให้ฟีร์มีโน่ยิงโล่งๆแต่ข้ามคาน ก่อนจะแทงคิลเลอร์พาสให้ซาลาห์เรียกจุดโทษในช่วงทดเจ็บอีก ถือเป็นวันที่อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์เล่นได้อย่างสมบูรณ์มาก

18) เซอร์ดาน ชาคิรี่ ก็เล่นได้โดดเด่นมาก จังหวะชิ่ง 1-2 กับเทรนต์ถือว่าเพอร์เฟ็กต์ เกมนี้ชาคิรี่เล่นกับเทรนต์ได้ดีเยี่ยม เทรนต์จ่ายบอลให้ชาคิรี่ 12 ครั้ง ส่วนชาคิรี่จ่ายให้เทรนต์ 14 ครั้ง ถือว่ามีความเข้าขา เข้าใจกันในระดับที่ดีมาก ดังนั้นการที่ไม่ปล่อยตัวออกไปในช่วงซัมเมอร์อาจจะมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

19) สถิติที่น่าคิดนิดๆ คือการต่อเกมระหว่างกัน ของมินามิโนะ โอริกี้ กับโชต้า แทบไม่เล่นด้วยกันเลย คือปกติคนทำหน้าที่สามประสาน ต้องจ่ายบอลระหว่างกันเยอะๆ ซาลาห์ชิ่งให้มาเน่ มาเน่จ่ายให้ฟีร์มีโน่ ฟีร์มีโน่เคาะบอลกับซาลาห์ คือมันต้องลิงค์กันเชื่อมกัน
แต่ 3 ประสานเซ็ต B คือ มินามิโนะ โอริกี้ และโชต้า ไม่ส่งบอลให้กัน ไม่เชื่อมเกมกัน มันก็เลยมีประสิทธิภาพในการเข้าทำน้อยมาก
มินามิโนะ : จ่ายบอลให้โอริกี้ทั้งเกม 2 ครั้ง จ่ายให้โชต้า 0 ครั้ง
โอริกี้ : จ่ายบอลให้มินามิโนะ 2 ครั้ง จ่ายให้โชต้า 0 ครั้ง
โชต้า : จ่ายให้มินามิโนะ 2 ครั้ง จ่ายให้โอริกี้ 3 ครั้ง
คือถ้าคิดจะเล่นด้วยกัน มันต้องมีความเข้าใจระหว่างกันมากกว่านี้อีกหน่อย ปัจจุบันยังดูไม่ค่อยเป็นเนื้อเดียวกันเท่าไหร่นัก

20) บทสรุปเกมนี้ลิเวอร์พูลเก็บ 6 แต้มเต็มๆในแชมเปี้ยนส์ลีก ถือเป็นการออกสตาร์ทรอบแบ่งกลุ่มที่ดีที่สุดในรอบ 4 ปีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้วยยุโรปสดใสกว่าปีก่อนๆ

2017-18 : 2 เกม 2 แต้ม
2018-19 : 2 เกม 3 แต้ม
2019-20 : 2 เกม 3 แต้ม
2020-21 : 2 เกม 6 แต้ม

ในสถานการณ์ที่ทีมเจ็บระนาว นี่ถือเป็นผลงานที่ดีมากๆ และถ้าเก็บชัยชนะในบ้านอีก 2 นัดได้ ก็การันตีการเข้ารอบต่อไปแบบสบายๆ

21) ลิเวอร์พูลจะได้พัก 3 วัน ก่อนกลับมาแข่งอีกครั้งในวันเสาร์นี้ เวลา 00.30 น. กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ผลงานสุดยอดมากๆ และเก็บแต้มจากทีมใหญ่มาได้ต่อเนื่อง ซึ่งต้องวัดใจคล็อปป์กันแล้วว่า เมื่อเซ็นเตอร์แบ็กเดี้ยงไปหมดแบบนี้ และมาเจอทีมที่แกร่งอย่างเวสต์แฮม เขาจะจัดไลน์อัพในรูปแบบใด เพื่อเก็บสามแต้มสำคัญให้ได้

----------------------

คงต้องแก้ปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บไปตลอดฤดูกาล เช่นเดียวกับทุกๆ ปี แต่ปีนี้เกิดขึ้นเร็ว และเกิดขึ้นกับผู้เล่นตัวหลักทั้งนั้น แถมตารางแข่งขันยังแน่นมากๆ เตะกันถี่ยิบอีก เลยอาจจะต้องเหนื่อยหน่อย สำหรับระบบการเล่นในนัดนี้ 4-2-3-1 คงต้องฝึกซ้อมและเพิ่มความเข้าใจกันอีกมากทีเดียวครับ กว่าจะซึมลึกเข้าไปเหมือนกับตอนเล่น 4-3-3 เพราะต้องหมุนเวียนผู้เล่นอีก น่าจะต้องลุ้นแบบตื่นเต้นไปแทบทุกนัดแน่ครับผม เฉียบ!!!

ทีมดังจากแบร์การ์โม่ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วยิงกระจายมาฤดูกาลนี้แทบไม่เสียนักเตะตัวหลักเลยค่าเฉลี่ยการทำประตูก็สูงแบบเดิมนักเตะเข้าขากันสุดๆ...ต่อให้หลังลิเวอร์ชุดเดิมก็เน๊าะถ้าเจอกันสกอร์สูงต่ำจากบ่อนคงจะเปิดเกินหกลูกแน่555

อาการแบบนี้ถ้าไม่ฝืน และโชคดี ก็ราวๆ 2 สัปดาห์ พอเล่นได้ ใช้คำว่า พอเล่นได้นะ อย่างในเกม eve2-2liv โคลแมน ก็มีอาการแบบนี้ครับ กระตุกตั้งแต่นัดก่อนเบรคทีมชาติแล้วมาเล่นกับ liv ได้ สักพัก กล้ามเนื้อกระตุกคล้ายกันเลย

เรื่องตัวผู้เล่นเหมาะสมแล้วครับไม่เถียง แต่ที่ไม่ชอบและไม่เหนด้วยเลยคือ ระบบการเล่นและการยืนตำแหน่ง มันไม่เหมาะเลยกับแต่ละคน ระบบการเล่นควรเป็น4-2-3-1 โจต้ายืนซ้าย โอริกี้ค้ำหน้า มินามิโนะยืนหลังโอริกี้ ชากิรี่ขวา แล้วมีเฮนโด้ยืนคู่มิลเนอร์คอยสกรีนบอล ไม่ใช่เล่น4-3-3 มันดูมั่วไปหมด เอามินามิโนะยืนfalse9เกบบอลไม่ได้เลย เอาโอริกี้ไปยืนฝั่งซ้ายกุจะบ้า โจต้ายืนกลางทางขวา โอ้วววแม่จ้าวววคิดได้ไง

1.วันนี้มาในแผน 4-3-3 เหมือนเดิม สามประสานแดนหน้าเป็นฟีร์มีโน่, มาเน่ และโชต้า มิดฟิลด์ใช้ธิอาโก, ไวจ์นัลดุมและมิลเนอร์ ส่วนเซ็นเตอร์วันนี้ใช้ฟาบินโญ่แทนแนท นอกนั้นเหมือนเดิม 2.รูปเกมลิเวอร์พูลดูเ...
เซ็งสุดคือ ผลงานในลีคแต่ละทีมวีคนี้ คือ เป็นใจมาก แต่ลิเวอร์พูลก็ทิ้งโอกาสดีๆ ที่จะได้ขึ้นที่ 4 แซงเวสต์แฮมไปอะเกน แอ่นอะเกน...เบิ๊ดค้ำสิเว่าาา โพสต์นี้เหมือนมาบ่นอ่ะบ่องตง เวลคั่มทูซุปเปอร์ลีก บรัย~
นี่คือโฆษณาที่ฉายในประเทศอียิปต์ ของธนาคารอเล็กซานเดรีย ซึ่งเป็นหนึ่งใน Local partners ของสโมสรลิเวอร์พูล จึงได้ลิขสิทธิ์ในการออกลายบัตรเครดิตเป็นรูปตราสโมสร และก็รูปหน้านักเตะหลายๆคน แน่นอนการเป็น...
หลังเกมที่บุกไปแพ้เรอัล มาดริด 3-1 ในแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ก่อน กุนซือ เยอร์เก้น คล็อปป์ งัดข้ออ้างสุดฉงนที่ทำให้ทีมของเขาล้มเหลว
ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว ต้องชนะนัดนี้เพื่อทวงคืนศรัทธาของเหล่าหงส์แดงทั่วโลก เราจะไม่มีวันเดินเดียวดาย ขอสาวกหงแดงส์ส่งใจเชียร์ ดูบอลมันๆไปกับแฟนหงส์แดงตัวพ่ออย่าง “นิค NR” และตัวเจ็บอย่าง “ต...
เจมี่ คาร์ราเกอร์ นักวิเคราะห์ สกาย สปอร์ตส์ ผิดหวังผลงานรุ่นน้อง ลิเวอร์พูล กับฟอร์มโบว์ดำร้างชัยเกมลีกที่รังเหย้าแอนฟิลด์ 6 นัดติด ถือเป็นเรื่องเกินรับได้ แล้วอย่าเอาข้ออ้างการขาดเซนเตอร์แบ็ก เฟอ...
แหม....เข้ากับสถานะการณ์ตอนนี้เลยนะครับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ บรรทัดแรกไม่ต้องคิดมากครับ ความรู้สึกตอนนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรกับ In the middle of the storm ใช่ครับ...เรากำลังอยู่ท่ามกลางพายุ ผมเคยแ...
"ผมไม่โต้แย้งเลยนะ เวลาที่มีคนบอกว่า รอย คีน กัปตัน ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด น่ากลัว แบบนั้นแบบนี้ เขาน่ากลัวจนร้องขอชีวิต เพราะนั้น คือ เรื่องจริง" "ช่วงที่เขาเป็นโค้ชที่ซันเดอร์แลนด์ ผมจำได้ดี ผม...
#คิกออฟ . เจอร์เกน คล็อปป์ เฮดโค้ชเฮฟวี่เมทัลของทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ออกหน้ากล่าวหลังจบเกมที่ทีมของตัวเองต้องแพ้คู่แข่งคนสำคัญอย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 4 ไป...
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง