เส้นทางวิบากของแชมเปี้ยน

ลิเวอร์พูลล่าสุด เมื่อคืน ลิเวอร์พูล ราย-ชื่อ-ผู้-เล่น ลิเวอร์พูล facebook liverpool in thailand ตารางลิเวอร์พูล ข่าวพรีเมียร์ลีกล่าสุด ข่าวลิเวอร์พูล สยามสปอร์ต ลิเวอร์พูล สดLiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก
ศึกเมอร์ซีไซด์ดาร์บี้ จบลงด้วยความดราม่าอย่างที่สุด ลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตันแบ่งแต้มกัน ในแมตช์ที่ระทึกจนวินาทีสุดท้าย
รายละเอียดของเกม มีสิ่งที่ต้องพูดถึงหลายอย่างมากๆ โดยเฉพาะจังหวะดราม่ามากมาย ทั้งลูกยิงเข้าท้ายเกมแต่ไม่ได้ ,ใบแดงของริชาร์ลิซอน รวมถึง อาการบาดเจ็บของเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตให้หงส์แดงแน่ๆ

และนี่คือบทสรุป 21 ข้อจากเกมสุดเดือดที่กูดิสัน พาร์ก เมื่อคืนนี้

1) ครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูล มาเยือนกูดิสัน พาร์ก โดยที่เอฟเวอร์ตันเป็นจ่าฝูง คือปี 1989 หรือเมื่อ 31 ปีที่แล้ว โดยนักเตะดังๆในทีมชุดนั้นก็ได้แก่ เนวิลล์ เซาธ์ทอลล์, มาร์ติน คีโอว์น, แกรม ชาร์ป และ นอร์แมน ไวท์ไซด์ ส่วนฝั่งลิเวอร์พูลก็มีเอียน รัช, จอห์น บาร์นส์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ เป็นต้น

จากนั้นมา 31 ปี เอฟเวอร์ตันไม่เคยเป็นจ่าฝูงได้เลยเวลาเจอหงส์ในเมอร์ซีไซด์ ดาร์บี้ นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่พวกเขาบินสูงขนาดนี้

2) สถิติการเจอกันของคู่นี้ ลิเวอร์พูลข่มเยอะ เพราะ 22 เกมหลังสุด ไม่ว่าจะแข่งที่ไหน เอฟเวอร์ตันไม่เคยชนะได้เลยแม้แต่เกมเดียว (หงส์ชนะ 11 เสมอ 11) ดังนั้นสำหรับเจอร์เก้น คล็อปป์เอง แม้จะเพิ่งแพ้วิลล่ามายับเยิน 7-2 แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าจะเอาชนะทีมทอฟฟี่ได้ในนัดนี้

3) การจัดตัวของลิเวอร์พูลน่าสนใจมาก แนวรุกซาดิโอ มาเน่ เคลียร์โควิด-19 ทันเวลา ลงเป็นตัวจริงร่วมกับโม ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ขณะที่กองกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะได้เล่นร่วมกับติอาโก้ อัลคันทาร่าเป็นครั้งแรก โดยมีฟาบินโญ่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ส่วนกองหลังโจเอล มาติป จะยืนคู่เวอร์จิล ฟาน ไดค์

และนี่ก็เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ ที่ฟาน ไดค์ ได้ยืนคู่กับมาติป หลังจากในพรีเมียร์ลีก 4 เกมก่อนหน้านี้ ฟาน ไดค์ยืนคู่โจ โกเมซ 3 นัด และยืนคู่ฟาบินโญ่ 1 นัด

ส่วนฝั่งเอฟเวอร์ตันตัวผู้เล่นครบครัน 3 แนวรุก ฮาเมส โรดริเกวซ, ริชาร์ลิซอน และ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ลงสนามพร้อมลุยตามปกติ

4) ในนัดนี้เกมบุกของลิเวอร์พูลน่าสนใจมาก ถ้าเราสังเกตพวกเขาจะแบ่งสนามออกเป็น 2 ฝั่ง โดยแต่ละฝั่ง จะขึ้นเกมโดยมีฟูลแบ็ก 1 คน, มิดฟิลด์ 1 คน และ ตัวรุก 1 คน ช่วยกันสร้างสรรค์เกม

ในฝั่งซ้ายจะมี โรเบิร์ตสัน-ติอาโก้-มาเน่ ส่วนฝั่งขวาจะมี เทรนต์-เฮนเดอร์สัน-ซาลาห์ ขณะที่ฟีร์มีโน่ จะอยู่ตรงกลางในตำแหน่ง False 9 คอยเสริมกำลังให้ทั้งสองด้าน

5) การมีเฮนเดอร์สัน ทำให้เกมรุกลิเวอร์พูลมีพลังอย่างเห็นได้ชัด ฝั่งขวามีชีวิตชีวามากขึ้น อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ก็เล่นง่ายขึ้นมากเพราะมีคนมาช่วยต่อบอล นอกจากนั้นจังหวะการวิ่งของเฮนเดอร์สันหลายๆครั้ง ดึงความสนใจจากกองหลังเอฟเวอร์ตันได้ดีมาก

ประตูที่ลิเวอร์พูลนำ 1-0 ถ้าเราสังเกต จะเห็นว่าเฮนเดอร์สันฉีกไปขวาสุด เป็นการดึงลูก้า ดีญ ที่ควรจะขยับเข้าใน ให้ต้องมาระวังตัวริมเส้น จากนั้นลิเวอร์พูลต่อบอลเปลี่ยนแกน ไปโจมตีด้านซ้ายแล้วเป็นโรเบิร์ตสันที่ปาดมาให้มาเน่ยิงเข้าไป

หรืออย่างในนาที 34 เฮนเดอร์สันฉีกไปด้านขวา ล่อให้ไมเคิล คีนวิ่งมาประกบ จากนั้นโรเบิร์ตสันรู้งาน จ่ายมาเน่ที่ยืนโล่งๆ เพราะคีนเสียจังหวะไปไล่ตามเฮนเดอร์สันแล้ว เพียงแต่มาเน่เองที่ยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

การมีเฮนเดอร์สันอยู่ในทีม เห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจนมาก ทั้งในแง่เกมรุกที่มีพลังมากขึ้น และความใจสู้ที่พร้อมลุยไม่ถอย ไม่มีถอดใจให้เห็นเหมือนอย่างเกมที่แล้วกับวิลล่า

6) จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในเกมนี้ เกิดขึ้นนาทีที่ 9 เมื่อเวอร์จิล ฟาน ไดค์ โดนจอร์แดน พิคฟอร์ด กระโจนเสียบจนล้มกลิ้ง ความรุนแรงของจังหวะเสียบครั้งนี้ ทำให้ฟาน ไดค์ เอ็นเข่าไขว้หน้าฉีกขาด และจะต้องใช้เวลาพักอย่างต่ำ 7 เดือน ซึ่งอาการ ACL ถ้า 7 เดือนจริงๆนับว่าโชคดีแล้ว นักเตะหลายคนพักยาวมากกว่า 1 ปีก็มี

ในจังหวะที่พิคฟอร์ดเสียบ ลิเวอร์พูลโชคร้าย 2 ชั้น ชั้นแรกคือฟาน ไดค์ ยืนล้ำหน้าไปเสี้ยวเดียว มันเลยไม่เป็นการฟาวล์ เพราะจังหวะล้ำเกิดก่อนไปแล้ว ซึ่งถ้าไม่ล้ำแน่นอนว่าเป็นจุดโทษ

7) ชั้นที่สอง พิคฟอร์ดเสียบแบบนั้น ขาหนีบเข้าไปที่เข่ามันเป็นแอ็กชั่นที่รุนแรงมาก นักวิเคราะห์บอกว่าลูกนี้ไล่ออกได้เลย คำถามคือแล้วทำไมพิคฟอร์ดไม่โดนไล่ออกล่ะ? ตามกฎแล้วการฟาวล์รุนแรงสามารถเช็ก VAR แล้วให้ใบแดงย้อนหลังได้ แต่สื่อดัง The Athletic รายงานว่า กรรมการ VAR เดวิด คู้ต ได้เช็กภาพเรียบร้อยแล้ว และยืนยันกับไมเคิล โอลิเวอร์ว่าจังหวะปะทะของพิคฟอร์ดไม่ได้มีความผิดถึงขั้นโดนใบแดง ไม่จำเป็นที่โอลิเวอร์ต้องเดินมาดูมอนิเตอร์ด้วยตัวเอง เพราะจังหวะมันล้ำไปแล้ว ดังนั้นเลยกลายเป็นว่าฟาน ไดค์เจ็บฟรี และพิคฟอร์ดก็รอดไปเลยแบบสบายๆ

เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นดีเบทว่า ถ้าทำฟาวล์รุนแรง แม้ลูกจะตายไปแล้ว แต่มันไม่ควรมีบทลงโทษอะไรเลยหรือ? อย่างจุดโทษโอเคเข้าใจได้ ว่าไม่ต้องให้ เพราะล้ำไปแล้ว แต่จังหวะใบเหลือง หรือใบแดงจากการเล่นรุนแรง อย่างน้อยก็น่าจะเรียกกรรมการหลักมาดูมอนิเตอร์ด้วยตัวเองก่อนหรือเปล่า

8) ด้วยอาการเจ็บ ทำให้ฟาน ไดค์โดนเปลี่ยนออกทันที และนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีกับอีก 1 เดือน ที่ฟาน ไดค์ลงเล่นไม่ครบ 90 นาทีในพรีเมียร์ลีก (74 เกมก่อนหน้านี้ เขาลงเล่นตั้งแต่ต้นจนจบเสมอ ไม่เคยโดนเปลี่ยนตัวออก)

9) เมื่อฟาน ไดค์ไม่อยู่ คล็อปป์ก็ต้องใช้โจ โกเมซ ลงมายืนคู่กับโจเอล มาติป ซึ่งเชื่อหรือไม่ โกเมซอยู่หงส์มา 6 ปี ส่วนมาติปอยู่มา 5 ปี ทั้งสองคนไม่เคยลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กคู่กันแม้แต่ครั้งเดียว นี่คือหนแรกสุดจริงๆ

สิ่งที่อ่อนยวบลงไปอย่างเห็นได้ชัด คือการป้องกันลูกกลางอากาศ นั่นเพราะฟาน ไดค์สูง 193 ซม. ส่วนโกเมซ สูง 188 ซม. รูปร่างก็ต่างแล้ว ขณะที่พลังกระโดด และการยืนตำแหน่งก็ผิดกันมาก ซึ่งมันส่งผลให้เอฟเวอร์ตันใช้กลยุทธ์บอมบ์ซ้าย บอมบ์ขวา โจมตีด้วยลูกกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง

10) สัญญาณอันตรายมีให้เห็นตั้งแต่นาทีที่ 12 ดีญครอสด้านข้าง คัลเวิร์ต-เลวิน เทกตัวสูงกว่าโกเมซได้โหม่งเต็มๆแต่ข้ามคาน จากนั้นนาทีที่ 19 เอฟเวอร์ตันก็ตีเสมอ 1-1 ได้ เมื่อไมเคิล คีนได้โหม่งเตะมุมเข้าไป

รายละเอียดของประตู 1-1 เราจะเห็นความมึนงง ในการประกบตัว ตามปกติลิเวอร์พูลจะใช้เซ็นเตอร์แบ็ก 2 คน ประกบเซ็นเตอร์แบ็กของคู่แข่ง ชนกันพอดี แต่ลูกนี้ มาติปชนกับเยอร์รี่ มีน่า อันนี้ถูกต้อง แต่อีกตำแหน่งไมเคิล คีน หงส์ดันใช้ฟาบินโญ่กับฟีร์มีโน่ แทนที่จะใช้โกเมซมาชน โดยโกเมซไปประกบริชาร์ลิซอน ทั้งๆที่มีอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์เกาะติดอยู่แล้ว

สุดท้ายเมื่อเซ็นเตอร์แบ็กคู่แข่งโดนประกบด้วยตัวที่เบากว่า ทำให้คีนขึ้นเทกโหม่งไปง่ายๆ และนี่ก็เป็นประตูแรกที่ลิเวอร์พูลเสียจากลูกเซ็ตพีซในซีซั่นนี้ด้วย ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า พอฟาน ไดค์ไม่อยู่ แนวรับจึงสับสนในการยืนตำแหน่งและเสียประตูในที่สุด

11) จริงๆ ในนัดนี้เราเห็นคล็อปป์แก้ปัญหาหลายอย่างให้เห็น ตัวอย่างเช่น เรื่องผู้รักษาประตู จากเมื่อก่อนถ้าเป็นอลิสซอน ทีมจะค่อยๆเซ็ตอัพมาจากแดนหลัง แต่มาเกมนี้เมื่อไม่มีทางเลือกต้องใช้อาเดรียน จึงป้อนคำสั่งไปเลยว่า ถ้าได้บอลไม่ต้องเล่นสั้นแล้ว เพราะเดี๋ยวก็พลาดเหมือนเกมวิลล่าอีก อาเดรียนได้บอลให้สาดยาวขึ้นมาทันที เอาชัวร์ไว้ก่อน คือมันก็มีหลายๆครั้ง ที่สาดยาวไปแล้วเสียบอล แต่ก็ยังดีกว่าเล่นสั้นแล้วเสี่ยงโดนตัดหน้าโกล์ คือในช่วงที่ไม่มีอลิสซอน รูปแบบการขึ้นเกมของหงส์แดงจะเป็นแบบนี้ไปสักพักก่อน

มีจังหวะหนึ่งนาทีที่ 79 จะเห็นได้ชัดมาก คือโกเมซจ่ายคืนหลังให้อาเดรียน จากนั้นโกเมซฉีกไปซ้ายสุด เพื่อรอรับลูกสั้น แต่อาเดรียนไม่สนใจอ็อปชั่นนี้ เขาสาดตูมขึ้นมาเลย ไม่ต้องคิดเยอะ ซึ่งก็ไม่แปลกถ้าตอนจบเกม อาเดรียนจะมีสถิติจ่ายบอลเข้าเป้า แค่ 56.5% เท่านั้น แต่ถ้ามองในแง่ว่าเน้นชัวร์ไว้ก่อน อาจจะดีกับทีมมากกว่าก็ได้

12) จบครึ่งแรก 1-1 เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2-1 นาทีที่ 72 จากการขึ้นเกมด้านขวาของเฮนเดอร์สันอีกแล้ว คือพอเขาลงสนาม ด้านขวาของหงส์จึงมีคนเปิดบอลได้ดี 2 คน (เทรนต์,เฮนเดอร์สัน) คราวนี้เฮนเดอร์สันจ่ายเข้ากลาง เยอร์รี่ มิน่าเคลียร์ไม่ขาด บอลเข้าทางซาลาห์ซัดหายไปเลย

13) ซาลาห์เป็นคนปฏิกริยาตอบสนองต่อบอลได้ไวอยู่แล้ว ลูกยิงตามน้ำแบบนี้ ในเกมนัดวิลล่าเขาก็ทำได้ มาคราวนี้ก็ทำได้อีก ทำให้นี่กลายเป็นประตูที่ 6 ของเขาในพรีเมียร์ลีก จากการเล่นแค่ 5 เกมเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับ 4 ซีซั่นที่ผ่านมา นี่เป็นปีที่เขาออกสตาร์ตได้แรงสุด

2017-18 : 5 เกมแรก ซาลาห์ยิง 3 ลูก
2018-19 : 5 เกมแรก ซาลาห์ยิง 2 ลูก
2019-20 : 5 เกมแรก ซาลาห์ยิง 4 ลูก
2020-21 : 5 เกมแรก ซาลาห์ยิง 6 ลูก

จะเห็นได้เลยว่าปีนี้ซาลาห์ "เครื่องร้อนเร็ว" เขายิงได้ต่อเนื่องมาก และมีส่วนร่วมกับเกมตลอด เกมนี้ในครึ่งแรกได้ยิง 2 หน แต่เบาเกินเข้ามือพิคฟอร์ดทั้งคู่ ส่วนครึ่งหลังก็มีช็อตจับบอลพลาดให้เห็น แต่ซาลาห์ก็ยังพยายามหาช่องเรื่อยๆ และเมื่อได้ส่องเต็มๆ คราวนี้เขาไม่พลาดแล้ว

ซาลาห์ยิงได้ ครบ 100 ลูกให้ลิเวอร์พูล โดยใช้เวลาแค่ 159 เกมเท่านั้น เร็วสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ทีม ต่อจากหัวหอกรุ่นเก๋า โรเจอร์ ฮันท์ (144 เกม) และ แจ๊ค พาร์คินสัน (153 เกม)

14) จริงๆแล้วกลยุทธ์ของเอฟเวอร์ตันไม่ได้มีความซับซ้อนเลย นั่นคือใช้การครอสบอลด้านข้างโจมตี คือตรงกลาง ดูกูเร่-อันเดร โกเมซ-อัลลัน สู้สามตัวกลางของหงส์ไม่ได้ พวกเขาจึงออกปีก แล้วให้ดีญโจมตีด้านซ้าย (ครอสบอลทั้งเกม 5 ครั้ง) ให้ฮาเมสโจมตีด้านขวา (ครอสบอลทั้งเกม 6 ครั้ง) โดยมีคัลเวิร์ต-เลวินเป็นเป้าหลัก แต่เมื่อกองหลังเสียสมาธิก็อาจลักไก่โยนให้ริชาร์ลิซอนได้เช่นกัน

ริชาร์ลิซอน โหม่งชนเสาไปก่อน 1 ดอก และจากนั้นไม่นานคัลเวิร์ต-เลวินก็โหม่งตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ โดยลูกตีเสมอโจ โกเมซ ไม่ได้อยู่ใกล้คัลเวิร์ต-เลวินมากพอ กลายเป็นโรเบิร์ตสันต้องป้องกันแทน ซึ่งก็แน่นอนว่า คัลเวิร์ต-เลวิน (187 ซม.) กับ โรเบิร์ตสัน (178 ซม.) มันคนละไซส์กัน เลยโดนโหม่งเข้าไปจนได้

15) คัลเวิร์ต-เลวิน ยืนตำแหน่งยอดเยี่ยม เทกตัวสูงมาก และคอนโทรลทิศทางบอลได้ดี เขากลายเป็นนักเตะเอฟเวอร์ตันคนแรกในรอบ 82 ปี ที่ยิงได้ทุกนัดใน 5 เกมแรกของฤดูกาล ขณะที่ผลงานในซีซั่นนี้ยิงไปรวม 7 ประตู แบ่งเป็นโหม่ง 4 ลูก และเท้าขวา 3 ลูก เป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก

เอฟเวอร์ตันเอาจุดเด่นที่ตัวเองมี คือลูกกลางอากาศ โจมตีใส่จุดอ่อนของหงส์ซึ่งก็คือลูกกลางอากาศเช่นกัน ทำให้แม้จะมีโอกาสน้อยกว่า แต่ก็สามารถตีเสมอได้สำเร็จ

16) จริงๆแล้วนัดนี้ ถ้าว่ากันตรงๆ ลิเวอร์พูลเองก็เล่นดีหลายคน มาเน่ก็เด่นมากเรียกฟาวล์ได้บ่อยขาดแค่ความคม ส่วนติอาโก้ อัลคันทาร่า แสดงให้เห็นว่าทำไมเขาถึงเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาส ทักษะโดยรวมดีมาก จังหวะหลอกจังหวะพลิกไหลลื่น สมูธ จ่ายบอลได้สมบูรณ์ ในช็อตที่คาดไม่ถึง เหมือนลูกชิ่ง 1-2 ให้ซาลาห์ในครึ่งแรก เขาจ่ายกลับมาดีเกิน จนซาลาห์ตั้งตัวไม่ทัน นอกจากนั้นยังตัดบอลได้ดี แย่งบอลเก่ง เราคงเห็นลูกที่เขาจ่ายให้มาเน่ช่วงทดเจ็บแล้ว สายตามองที่หนึ่งแต่ข้อเท้าสะบัดไปให้อีกด้าน เป็นเทคนิคชั้นสูงมาก

ส่วนอีกลูกตอนก่อนจบครึ่งแรก บอลไปโดนนักเตะเอฟเวอร์ตันแล้ว ติอาโก้เหมือนจะปล่อยบอลออกหลังเพื่อเอาคอร์เนอร์ แต่ทันทีที่เห็นฝั่งตรงข้ามเหม่อ เขาไปเกี่ยวบอลตอนไต่อยู่ที่เส้น แล้วเอามาเล่นต่อ ซึ่งถ้าโรเบิร์ตสันเปิดแม่นๆสักหน่อย ลิเวอร์พูลอาจได้ประตูไปแล้ว

ติอาโก้ สัมผัสบอลมากที่สุดในสนาม 99 ครั้ง จ่ายบอลเข้าเป้าสูงสุด 92.4% ได้ยิง 2 ครั้งหลุดกรอบแบบมีเสียว แย่งบอลได้ 3 ครั้ง และมีคิลเลอร์พาส 2 หน วันนี้เขาโดดเด่นมาก ทั้งในบทบาทบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ในครึ่งแรก และบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับในช่วงท้ายเกมตอนที่ฟาบินโญ่โดนเปลี่ยนออกไปแล้ว ยิ่งถ้าคิดว่าโดนริชาร์ลิซอนเปิดปุ่มมาสอยแบบนั้น แล้วยังลุกขึ้นต่อมาเล่นได้ ก็นับว่าแกร่งมากๆแล้ว

17) ส่วนลูกเสียบของริชาร์ลิซอน อันนี้ใบแดงอยู่แล้ว ไม่มีคำถามอะไร โดยเกมระหว่างเอฟเวอร์ตัน vs ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ดุเดือดที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีก โดยมีใบแดงรวมทั้งสิ้น 22 ใบ นับจากปี 1992 โดยเป็นเอฟเวอร์ตันแดง 15 คน และลิเวอร์พูลแดง 7 คน

สำหรับริชาร์ลิซอนล่าสุดเขาออกมาขอโทษติอาโก้แล้ว แต่ความผิดที่ทำยังต้องชดใช้ต่อ โดยจะถูกพรีเมียร์ลีกแบนสามนัดต่อจากนี้ ซึ่งคาร์โล อันเชล็อตติจะต้องปวดหัวหนักแน่ว่าจะเอาใครมาทดแทนดี

18) สำหรับไฮไลท์สำคัญตอนท้ายเกมคือลูกที่ยิงเข้าแต่ไม่ได้ บอลเริ่มจากติอาโก้จ่ายให้มาเน่ ที่ยืนเท่ากันพอดีกับไลน์แผงหลัง ก่อนครอสเข้ามาให้จอร์แดน เฮนเดอร์สันยิงเข้าประตู สุดท้ายลูกนี้โดนริบสกอร์ เพราะ VAR ยืนยันว่ามาเน่ล้ำหน้าไปแล้ว

ซึ่งแม้จะโหดร้ายกับฝั่งลิเวอร์พูล แต่กฎก็คือกฎ ผู้ตัดสินเองก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อภาพมันแคปหลักฐานออกมาแบบนี้

อธิบายโดยง่าย เมื่อก่อนเวลาจะลากเส้นว่าล้ำหน้าหรือไม่ จะดูที่ "รักแร้" ของนักเตะ ถ้ารักแร้เหลื่อมไลน์กองหลังก็ล้ำ แต่กฎใหม่ที่ใช้ในฤดูกาลนี้ เวลาตีเส้นว่าล้ำหรือไม่ จะลากจากแขนเสื้อของนักเตะ ก่อนถึงผิวหนัง ซึ่งเมื่อฟรีซภาพช็อตที่ติอาโก้ส่งบอล เราก็จะเห็นว่าท่อนแขนด้านบนของมาเน่เหลื่อมออกมาเสี้ยวนึงจริงๆ ในหลักมิลลิเมตร ดังนั้นผู้ตัดสินก็ต้องว่าไปตามภาพ เอาสกอร์คืนกลับมาในที่สุด และเกมก็เลยจบลงที่สกอร์ 2-2

ไม่แปลกที่ฝั่งลิเวอร์พูลจะไม่พอใจ แต่ในเมื่อฝั่งกรรมการมีหลักฐานของเขา มันก็ยากที่จะไปโต้แย้งอะไรได้ แต่ฝั่งลิเวอร์พูลก็จะใช้เคสนี้เป็นกรณีศึกษาได้ ว่าถ้าเกิดเหตุคล้ายๆกันขึ้นมา จะได้เห็นเลยว่า การตัดสินในซีซั่นนี้จะใช้วิธีนี้เป็นบรรทัดฐาน

19) ในภาพรวม เกมนี้ลิเวอร์พูลเล่นเหนือกว่าชัดเจน ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมานี่เป็นเกมที่เอฟเวอร์ตันครองบอลได้น้อยที่สุด (41.9%) เช่นเดียวกับโอกาสยิงก็น้อยกว่ากันครึ่งหนึ่ง (เอฟเวอร์ตัน 11 ลิเวอร์พูล 22) แต่ในเกมฟุตบอล มันตัดสินที่สกอร์ และนัดนี้เอฟเวอร์ตันก็แบ่ง 1 แต้มสำคัญจากทีมแชมป์เก่าได้สำเร็จ

ลิเวอร์พูลจริงๆถือว่าทำดีมากแล้ว นักเตะเล่นดีหลายคน ในสภาวะที่ขาดตัวหลักแบบนี้ เพียงแต่พวกเขาขาดโชคเท่านั้น ทั้งเรื่องการล้ำหน้า 2 ครั้ง รวมถึงการที่พิคฟอร์ดไม่โดนลงโทษจนโชว์ซูเปอร์เซฟเป็นพัลวันในเกมนี้

20) ตามจริงช่องว่าง 3 แต้มกับจ่าฝูงถือว่าไม่เสียหายนักสำหรับทีมหงส์แดง เพราะทีมที่ตามมาทั้งอาร์เซน่อลและเชลซีก็สะดุดไปหมด ขณะที่เอฟเวอร์ตัน จะเจอเกมเยือน 2 นัดต่อไป คือเซาธ์แฮมป์ตัน กับนิวคาสเซิล ไม่มีอะไรการันตีว่าพวกเขาจะบุกไปชนะสองทีมได้ ขณะที่ลิเวอร์พูลอีก 2 นัดต่อไปจะได้เล่นในบ้านเจอเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กับเวสต์แฮม ซึ่งว่ากันแฟร์ๆ มีโอกาสเก็บชัยชนะได้ไม่ยากทั้ง 2 เกม

21) ลิเวอร์พูลโปรแกรมโอเค ดูเบาพอสมควร แต่ปัญหาที่ต้องเผชิญคือ การไม่มี 2 คีย์แมนสำคัญที่สุดในแนวรับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ซึ่งตั้งแต่คล็อปป์คุมทีมมา ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะขาดสองคนนี้ไปพร้อมกัน

ตอนอลิสซอนเจ็บยังมีฟาน ไดค์ ประคองแนวรับ หรือตอนฟาน ไดค์ป่วยในฟีฟ่าคลับเวิลด์ เกมกับมอนเตอร์เร ก็มีอลิสซอนเซฟช่วยชีวิตจนหงส์เข้ารอบได้

เคสของอลิสซอน อาจพอใช้อาเดรียนยื้อไปก่อนในช่วง 1 เดือนจากนี้ แต่กับฟาน ไดค์ถ้าเจ็บยาว 7-8 เดือนตามข่าวจริงๆ ลิเวอร์พูลจะผ่านไปได้อย่างไร ในเมื่อมีเซ็นเตอร์แบ็กธรรมชาติแค่สองคนเท่านั้นคือ โจ โกเมซ กับโจเอล มาติป และทั้งคู่ก็ไม่เคยยืนเป็นคู่หูกันอย่างจริงจังด้วย

และนี่เป็นความท้าทายครั้งสำคัญของเจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร ซึ่งก็เหมือนที่ใครๆล้วนพูดกัน การเป็นแชมป์ว่ายาก แต่การป้องกันแชมป์ให้ได้ยากยิ่งกว่ามากนัก
แนวรับคนสำคัญของทีมหงส์แดง จี้ผู้บริหารพรีเมียร์ลีกให้ยอมเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการแข่งขัน ก่อนที่จะเป็นตัวการทำนักเตะบาดเจ็บมากไปกว่านี้ วันที่ 28 พ.ย.63 บรรดาสโมสรจากพรีเมียร์ลีก ต้องเจอกับโปรแกรมม...
โรบิน โกเซ่นส์ ฟูลแบ็คของ อตาลันต้า สุดดีใจที่ทีมสามารถเอาชนะทีมที่ดีที่สุดในโลกอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ โกเซ่นส์ เพิ่งทำประตูช่วยให้อตาลันต้าบุกเอาชนะลิเวอร์พูลถึงสนามแอนฟิลด์ 2-0 ในเกมแช...
ปาทริช เอฟร่า มองว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่ถึงขั้นการเป็นยอดทีมในตอนนี้จนกว่าจะประกาศศักดาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง 3 ปีติดต่อกันเสียก่อนหลังโชว์ฟอร์มโหดชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 3-0 เดินหน้าป้องกันแชมป์ในฤ...
ช่วง "บ๊อบบี้..แทบบ่อยากเชื่อสายตา" จากโน ลุค พาสในวันนั้น มาถึงจ้องลูกยิงในวันนี้ Cr.Studgag
โดยตอนนี้เจ้าตัวเริ่มต้นเข้ารับการฟื้นฟูในเบื้องต้นได้แล้ว นับเป็นข่าวดีกับแฟนบอลลิเวอร์พูลและกุนซือ เยอร์เก้น คล็อปป์ อย่างยิ่ง จากที่คาดการณ์ว่าจะพลาดการลงสนามตลอดทั้งฤดูกาลนี้ Cr.ตุงตาข่าย
สโมสรลิเวอร์พูลได้ทำการฝังเเคปซูล โดยข้างในมีดังนี้ - จดหมายจาก เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป - เสื้อแข่งไนกี้ฤดูกาล 2020/21 - เสื้อแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 พร้อมลายเซ็นนักเตะ - การไว้อาลัยเหต...
เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงต้องปวดหัว!! เมื่อตัวหลักหายแทบเกลี้ยงทีม!! . . เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เอ็นไขว้หน้าเข่าขาด พักยาว . เทรน อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ บาดเจ็บที่น่อง คาดพักประมาณ 1 เดือน ....
ฮาเวียร์ มาสเคราโน อดีตมิดฟิลด์ขาบู๊ของ ลิเวอร์พูล และ บาร์เซโลนา ประกาศแขวนสตั๊ดยุติอาชีพค้าแข้งแล้วในวัย 36 ปี วันที่ 16 พ.ย. 63 ฮาเวียร์ มาสเคราโน กองกลางอดีตทีมชาติอาร์เจนตินา ประกาศเลิกเล่นฟุ...
งานนี้ก็ทำเอาสาวกหงส์แดงต่างก็ออกอาการไม่สบายใจอีกครั้งหลังได้เห็น 2 กองหน้าของทีมอย่างโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ แสดงอาการคล้ายโต้เถียงกันระหว่างเกมพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา (อาทิตย์...
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง