แมนยูล่าสุด แมนยูคลับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แมนฯยูไนเต็ด รายชื่อผู้เล่น นักเตะแมนยู manchester united thailand facebook ข่าวแมนยู facebookLiveScore ผลบอลทุกลีก ผลบอลสดทุกลีก ผลบอลภาษาไทย ผลบอลสดวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง ผลบอลออนไลน์ เมื่อคืน โปรแกรมฟุตบอลทุกลีก
VIP Member
บอลเต็ง 100% ชัวร์ๆ 1 ทีม/วัน ตัวเดียว ล้มโต๊ะ เด็ดชัวร์ บอลคืนนี้!!!
ผมเชื่อว่า คืนนี้เป็นคืนที่แฟนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั่วทั้งโลก มีความสุขมากที่สุดจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันสุดท้ายที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ประกาศวางมือจากบัลลังก์ผู้จัดการทีมปีศาจแดง นับตั้งแต่นั้นมาเราไม่เคยได้รับรู้กับความรู้สึกเช่นนี้กันอีกเลย เมื่อแมนยูไนเต็ดที่เรารักไม่เคยเป็นเหมือนเดิมอีกเลยนับตั้งแต่ป๋ารีไทร์ไป พูดง่ายๆกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก และไม่ชินกับมัน

แต่คืนนี้ มันคือค่ำคืนแห่งการ "นับหนึ่ง" ที่เราได้กลับมาเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราอีกครั้ง จากการสานต่องานของป๋า ด้วยบุคคลผู้ซึ่งรู้ถึงจิตวิญญาณของสโมสรเราที่แท้จริง และได้เห็นการทำงานของชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นมากที่สุดคนหนึ่ง นั่นก็คือ Ole Gunnar Solskjaer นั่นเอง

ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความอยากได้ทีมงานที่เป็นเหมือนคนใน เป็นครอบครัวของแมนยูไนเต็ดจริงๆมาสานงานต่อ นับตั้งแต่ตอนที่กิ๊กส์ขึ้นมามีบทบาทแล้ว และวันนี้ก็เป็นเหมือนความฝันที่เป็นจริง เพราะส่วนหนึ่งผมก็ค่อนข้างเชื่อมากๆว่า คนที่เคยอยู่ในยุคนั้น ที่เคยทำงานและเห็นการจัดการของป๋า เขาจะต้องได้รับอะไรที่สำคัญๆสืบทอดมาแน่นอน

นับตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป นี่คือการกลับมาเป็นทีมเดิมที่เราเคยรู้จัก เป็นครั้งแรกนับจากวันสุดท้ายที่ป๋าออกไป โซลชาเป็นคนที่มาสานต่อสิ่งเหล่านี้ให้ดำเนินต่อไปได้แล้วในที่สุด

โพสต์วันก่อนผมค่อนข้างเชื่อมั่น จากการให้สัมภาษณ์ของผู้จัดการทีมเรื่องของตรีเอกภาพในด้านของจิตวิญญาณทีม ที่OGSพูดเอาไว้ วันนี้เขาแสดงให้เห็นชัดเจน ไม่ใช่ด้วยคำพูดสวยหรู แต่มันคือการเล่นของเหล่านักรบในสนามที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของแท้และดั้งเดิม มันคือทีมที่ตะบี้ตะบันบุกใส่คู่แข่งแบบนี้ โดยที่ไม่ต้องมานั่งหวาดกลัวอะไรต่างๆ อย่างที่ ผจก หลายคนก่อนหน้านี้ได้เข้ามาทำการล็อคพันธนาการใส่ปีศาจตัวที่เคยดุดันและอหังการ ให้กลับกลายเป็นมารผู้ถูกขังอยู่ในโซ่ตรวนที่เป็นกับดักความคิดในการเล่น

เรื่องนี้นักบอลที่เคยเล่นในระบบที่มีคนควบคุมทีมจะรู้ดี

เพราะว่าถ้าอยู่ในระบบจริงจังแบบนั้น เราที่เป็นตัวเล็กๆอย่างผู้เล่นในทีม มีหน้าที่ต้องทำตาม ผจก จริงๆถ้าเขาสั่งการเล่นให้เป็นยังไง ก็ต้องเล่นให้เป็นแบบนั้น และมันเหมือนถูก "อะไรบางอย่างครอบอยู่" ในวิธีคิด ในการสั่งการและตัดสินใจ ซึ่งเรื่องนี้ผมรับประกันว่ามันคือความจริง ไม่ว่าจะเป็นแทคติก การเข้าบอล การบุก วิธีเล่น มันจะถูกกำกับและcoachingมาในหัวนักเตะเสมอๆ

ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เห็นกันแล้วว่า เรากลายเป็นทีมที่ ต่อบอลไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ เล่นช้าๆเซฟๆ ไม่ไหวก็จ่ายคืนหลังมันอยู่นั่น อย่างในยุคก่อนหน้านี้ และล่าสุด ก็กลายเป็นทีมเน้นรับ และไม่กล้าที่จะเปิดเกมรุกอย่างสุดตัว ทั้งๆที่จริงๆแล้ว "มันทำกันได้"

เพราะสิ่งที่เห็นในคืนนี้ มันก็มีเล่นกันอยู่แล้วในยุคมูนั่นแหละ ไอ้บอลเร็วต่อบอลสั้นวันทัชชิ่งเข้าไปยิง มันมีให้เห็นอยู่ เพียงแต่ว่า มันออกมาแค่แปปเดียว ไม่ต่อเนื่อง และบางครั้งก็ถูกแทคติกการสั่งเกมกดเอาไว้ ทำให้มันไม่ได้ออกมาอย่างเต็มที่เท่าที่ควร

ทั้งๆที่คืนนี้เห็นชัดว่าเราเล่นกันแบบนี้ได้ โดยเฉพาะ5ตัวที่ผมเขียนถึงบ่อยๆว่า เล่นกันได้สะเด่าสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น แรชฟอร์ด มาร์กซิยัล ป็อกบา มาต้า และลินการ์ด ห้าตัวนี้คือต่อบอลวันทัช ทำช่องกันสนุกสนานเหมือนคู่แข่งรากงอกที่ตีน(เท้า)กันเลยทีเดียว

ดังนั้น สิ่งที่ทำให้ทีมแตกต่างจากเดิมแบบเห็นได้ชัดมาก ทั้งๆที่ ผจก คนปัจจุบันเข้ามาคุมทีมได้แค่2วันแค่นั้น มันคือสองสิ่งหลักๆ สิ่งแรกคือ บรรยากาศภายในทีม ในห้องแต่งตัว ผมว่ามันดีขึ้นเยอะ เพราะเพียงแค่โละหนึ่งในคนที่เป็นตัวปัญหาออกไป ก็แก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหายิบย่อยในความสัมพันธ์กับนักเตะหลายๆคนในทีมออกไปได้เยอะมาก เรียกง่ายๆว่า conflictจาก10 เหลือ0ไปเลยจากการเปลี่ยนหัวหน้างานคนใหม่เข้ามานั่นแหละ พอบรรยากาศดี ความคึกคัก ฮึกเหิมมันจึงเกิดขึ้น นักเตะที่มีศักยภาพและถูกดรอปเอาไว้ จึงได้รับโอกาสเข้ามาเป็นแกนหลักของทีมในที่สุด ศักยภาพสูงสุดของทีมมันจึงได้ถูกใช้งาน

เช่นเคสป็อกบา ก็เหมือนดาบคู่มือที่ถูกเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ แล้วกระโดดลงสนามรบด้วยมือเปล่า อย่างเช่นนัดแดงเดือดที่แพ้เละเทะมานั่นแหละ!

บรรยากาศ/ squad harmony คือเรื่องแรก แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมว่าสำคัญไม่แพ้กัน ก็น่าจะเป็นการสั่งแทคติกของทีม โดยเฉพาะเรื่องของ "วิธีคิด" ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ มันคือการสั่งแผนให้ทีมแหละ โดยที่ไม่มีอะไรมาก จากยุคมูที่มันเน้น Defending เป็นหลัก ก็แค่สั่งทีมให้เล่นแบบ Attacking เท่านั้นเอง โดยที่จริงๆแล้ว ตัวนักเตะ กับทรงทีม การวางFormation มันก็เป็นแบบเดิมที่เราเห็นนั่นแหละอย่างที่หลายๆคนคิด ตอนที่เห็นรายชื่อนักเตะก่อนแข่ง

มันก็เหมือนยุคมูเป๊ะไม่มีผิด

ซึ่งก็ต้องบอกว่า แหงละวะ ก็นักเตะมันก็มีตัวเดิมอยู่เท่าที่มีแหละ มันจะให้ทีมเราอยู่ดีๆมี ดิบาล่า เข้ามาเล่นในทีมรึไง!! (ฮา) ซึ่งตำแหน่ง การยืน ก็ไม่ได้แตกต่างไปเลย แต่ผมมั่นใจว่า โซลชาจะไม่มีทางใช้แผนที่เล่นหลังสามแน่ๆ นัดหน้ายิ่งเล่นในบ้าน บอกเลยว่าจะโหมกว่านี้ วันนี้เล่น 4-3-3 Attacking ตามสูตรถนัดของแก ผมบอกเลยว่า นัดหน้าเล่นในบ้าน 4-2-3-1 ต้องมี!

ซึ่งการยืน การวางตำแหน่ง เหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างไปก็คือการสั่งแผนให้นักเตะบุก แล้วก็บุกนั่นแหละ คือสิ่งที่แตกต่างที่สุดอย่างที่เราเห็นกัน จากการที่นั่งดูเกมตลอด 90 นาทีนี่คือ บุกตะลุยตลอด แล้วไม่มีหยุดด้วย เหมือนการคุมทีมโดยการใส่คำสั่งAttacking ให้กับทีมตลอดเวลา โดยที่แม้จะมีจุดด่างพร้อยโดนยิงคืนบ้าง เพราะความโชคร้ายในวันนี้ที่อดคลีนชีต แต่เมื่อโดน เราก็ยิงคืนมาให้ได้ด้วยการ "บุก" ใส่คืนนั่นเอง

นี่คือความแตกต่างของวิธีการคิดในการเล่นที่เราได้เห็นกันแล้วว่า มันเปลี่ยนได้ด้วยการพลิกเท่านั้น สิ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณเราได้มันกลับมาแบบเต็มๆ เราจะไปดูกันว่า วันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้างสำคัญๆเท่าที่นึกได้

1. บอลบุกที่เราต้องการ กลับมาแล้วแบบเต็มๆ

บุกนี่คือบุกจริงๆ ไม่ใช่เพราะว่าเกมเหนือกว่า หรือคู่ต่อสู้กระจอก แต่mentalของนักเตะผมเห็นเลยว่า ทุกคนต้องการเล่นเกมบุก และกูจะบุกอย่างเดียวเหมือนคนของขาดมาหลายปี (ฮา) ทุกคนทำท่าทางเหมือนกับว่า เพิ่งเคยสัมผัสการบุกครั้งแรกในชีวิตตอนอายุ14 แล้วคิดในใจว่า อุ๊ย ดีจังเลยครับ ดีจังเลย

เดี๋ยวๆๆๆๆๆ....

คือฟุตบอลเกมรุกคืนนี้ชัดเจนมาก ไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น เพราะที่พูดเช่นนี้เป็นเพราะว่า แม้ว่าเราจะนำอยู่ห่างเพียงใด เกมจะถูกปิดลงเพียงใด หรือแม้ช่วงที่โมเมนตัมกำลังจะเปลี่ยนกลับไป จากการที่ถูกยิงประตูคืนได้

แต่ทุกคน ไม่หยุดที่จะบุก ไม่ว่าสถานการณ์ใดๆ

1.1 นำ 1 - 0 หลังจากนั้นแม่งก็ยังบุกต่อ
1.2 นำ 2 - 0 ก็ยังเล่นบุกอยู่
1.3 โดนยิง 2 - 1 แทนที่โมเมนตัมจะเปลี่ยน ตามปกติที่ทีมเราเป็นคือ ถอยไปรับ ให้เค้าได้ใจบุกต่อ แต่เปล่า โดน2-1 เราดันกลายเป็นฝ่ายบุกขึ้นมาอีกต่อเนื่องแบบที่กระบวนของกระแสการเล่นในทีมไม่ได้เปลี่ยนหน้าเลย
1.4 3-1 ผลของการบุกข้อด้านบน จบครึ่งแรกเราจึงได้ผลที่ดีกลับไปในห้องแต่งตัว แต่กลับมาครึ่งหลัง ก็ยังบุกอีก
1.5 4-1 ถอนแค้นจุดโทษได้มา ก็เพราะการตั้งเกมบุกใส่อย่างไม่ลดละ ทั้งๆที่จริงๆแล้ว 3-1 ก็ถือเป็นสกอร์ที่ปลอดภัยแล้ว แต่เพื่อที่จะชนะชัวร์ๆ เราก็ยังบุกต่อจนได้จุดโทษ
1.6 5-1 ประตูนี้เกิดขึ้น ทั้งๆที่เกมมันปิดไปแล้ว ผจก ก็เริ่มเปลี่ยนนักเตะอื่นลงมาเพื่อrotation และก็เพิ่มให้กลางสนามแข็งขึ้นเพื่อปิดประตูแพ้ แต่เราก็ยังสามารถเล่นเกมบุกได้อีก แม้กระทั่งเวลาจะหมดแล้ว และแม่งก็ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยแล้ว แต่เราก็ยังบุกจนเอาลูก 5 - 1 ได้แบบสวยๆ

คือคืนนี้ เด่นชัดมากจริงๆ ผมนี่hypeตลอด90นาทีเลย เพราะว่า แค่ตั้งบอล ต่อบอลกันแค่นิดเดียวไม่กี่จังหวะ แปปเดียวคือ "บอลถูกส่งขึ้นข้างหน้า" ตลอดเวลา

ไอ้เคสนี้มันคือวิธีคิดของยุคป๋าชัดเจน ไม่เชื่อถามริโอที่เคยโดนรอยคีนด่าได้ ตอนที่ไม่ยอมส่งบอลขึ้นหน้า สมัยที่ย้ายมาจากลีดส์ใหม่ๆ!!!

คือบอลขึ้นหน้าไวมาก จะเห็นได้ว่า แปปๆ บอลมาถึงไอ้หมาก ไอ้หมากลากๆๆๆๆจี้ใส่อีกแล้ว ถ้าไม่ใช่หมากก็ลินการ์ด แรชฟอร์ด โดยเฉพาะแรชนี่ เป็นกองหน้าสารพัดประโยชน์จริงๆ ริมเส้นเล่นได้ ค้ำหน้าเล่นได้ แถมเล่นเป็นตัวพิงไลน์แบบPoacherได้อีกตะหากสไตล์แบบเดียวกับชิชาริโต้สมัยหนุ่มๆคือ รอวิ่งชิงไลน์ ด้วยความเร็วและกล้ามเนื้อของเด็กหนุ่มที่โคตรพ่อโคตรแม่สด

กล่าวคือ จะไปเยี่ยว(ฉี่/ปัสสาวะ *สุภาพ)แค่1นาทียังเสียดายที่จะไม่ได้เห็นไอ้พวกเด็กๆมันดันเกมขึ้นรุกกัน

สิ่งเหล่านี้ผมว่าทุกคนเห็นชัดเจนจริงๆว่ามันต่างออกไปหน้ามือหลังมือมากๆ ก่อนหน้านี้คือ โอกาสบุกยังทำกันไม่ได้ จะรุกทีนึงน้อยมาก แต่คืนนี้คือ แปปๆก็หาโอกาสเข้าพื้นที่อันตราย แล้วได้จบตลอด แม้จะไม่ได้ประตู แต่มันก็มีการ "สร้างโอกาส" ได้เยอะมากๆ จนใกล้เคียงการมีประตู

ผมเชื่อว่าวิธีที่ถูกคือแบบนี้แหละ ก่อนจะได้ประตู เราต้องสร้างโอกาสเข้าไปใกล้พื้นที่สุดท้ายให้เยอะๆ คืนนี้แหละชัดเจน เยอะมากจริงๆ และที่สำคัญคือ ได้แล้วไม่หยุด ยังเล่นกันด้วยmindsetที่ว่า "กูจะบุกไปเรื่อยๆ" ตลอดเกม อย่างที่เขียนมา6ข้อย่อย

ดังนั้น ความบันเทิงของแฟนบอลที่อยากเห็นแมนยูไนเต็ด ไล่ขยี้โขยกคู่แข่งแบบเมามันส์ตีน จึงกลับมาเป็นอย่างที่เราเคยชินในที่สุด เมื่อถล่มสมันน้อยแบบขาดลอยเช่นนี้ คือเรื่องธรรมดามากๆในยุคป๋าที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่กลับไม่เคยมีอีกเลยหลังจากป๋าวางมือไป

เห็นรึยังว่า มันคือวันแรกของการสานต่อทีมของป๋าจริงๆอย่างชัดเจน

2. เสียประตูแล้วไง ก็แค่ยิงแม่งเข้าไปให้ได้เยอะกว่ามันแค่นั้นเอง

คืนนี้เห็นได้ชัดเจน เหมือนที่เราคาดการณ์กันเอาไว้ว่า คนๆนี้ไม่ใช่ ผจก ที่จะมานั่ง"แฮปปี้วัน" คือแฮปปี้กับ 1.. 0 แบบน่าเบื่อๆแน่นอน แต่นี่คือคนของแมนยูอย่างชัดเจนที่เล่นเพื่อบุก เพื่อความสะใจของแฟนบอลที่เชียร์อย่างเต็มที่ แมนยูไนเต็ดไม่เคยมีชื่อเสียงทางด้านความเหนียวแน่นของเกมรับอยู่แล้ว(ฮา) ทีมรับที่แข็งสุดผมก็คิดว่าเป็นชุดแชมป์ยุโรปปี2008นั่นแหละ ที่แข็งและลงตัวจริงๆ แต่สิ่งที่แมนยูเป็นแมนยูที่เรารู้จัก กันตั้งแต่สมัยยุค90 ตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กนักเรียน นั่งฟังเพลงโลโซ ลิฟท์ออยกันอยู่ คือแมนยูที่ตะบี้ตะบันบุกจนวินาทีสุดท้าย และเราใจสู้ไม่มีถอย

เกมรับวันนี้จริงๆแล้วจะบอกว่าผิดพลาด ผมว่าพูดไม่ได้ เพราะเป็นความผิดส่วนตัวของนักเตะคนเดียว จากแดนหน้าซะด้วยซ้ำที่ลงมาช่วยและโชคร้ายบอลมันมาโดนต้นแขนนั่นแหละ ซึ่งทีมรับไม่ได้ผิดอะไรเลย ดังนั้นวันนี้แค่โชคร้าย แต่ในเมื่อเรามีพลาดเสียประตู ซึ่งมันต้องมีอีกแน่ๆ ก็ไม่เห็นต้องคิดอะไรเยอะแยะมากมาย

เสียแล้วไง ก็ยิงแม่งคืนทบต้นทบดอกสิวะ
(รอยคีนอาจจะคิดแบบนี้ แต่ไม่ได้กล่าวไว้)

3. การปิดเกมที่แท้จริง ไม่ใช่ถอยลงไปป้องกัน

เรื่องนี้แม่งโคตรจะสำคัญที่สุดสำหรับผม เกี่ยวเนื่องกับข้อด้านบน ไอ้วิธีคิดที่ว่า เราจะปิดเกมรักษาผล ด้วยการลงไปเล่น "ตั้งรับ" ปล่อยให้เขาบุกไป แล้วเราจะเล่นเกมรับป้องกัน มันเป็นวิธีคิดที่เส็งเคร็งและซังกะบ๊วยสุดๆซึ่งมันผิด เพราะผมจะพูดเสมอว่า มันก็แค่การเล่นแบบ "รอโดน" เท่านั้น ต่อให้มึงเป็นอิตาลีปี2006 ก็ตามที การที่เล่นแบบให้เขาบุกฝ่ายเดียว ต่อให้เหนียวแค่ไหน มันก็อาจจะมีโชคร้าย มีจุดเล็กๆที่อาจจะเสียประตูได้อยู่ดี

ไม่มีเกมรับที่ไหนป้องกันการเสียประตูได้100%หรอก ต่อให้แผงกองหลังจะเป็น มัลดินี่ คันนาวาโร่ เนสต้า วิดิช ริโอ ยืนกองกันห้าคนด้านหน้าของเลฟ ยาชินก็ตาม แต่ถ้ามึงปล่อยให้เค้าบุกขึ้นมาเรื่อยๆ มันก็มีโอกาสโดนยิงอยู่ดี

ดังนั้น การปิดเกมที่แท้จริง มันคือการบุกต่อเนื่องเพื่อยิงให้ขาดต่างหาก คือวิธีที่ถูกต้อง เพราะการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการเล่นเกมรุกนี่แหละ เขาจะได้ไม่มีโอกาสมาบุก และเราก็จะยิงสกอร์เพื่อนำห่างให้ "มากพอที่จะกลบความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้" คือมันอาจจะมีaccidentที่ทำให้เราเสีย 1 หรือ 2 ประตู มันเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นกองหลังเกมรับดีแค่ไหนก็ตาม มันเกิดได้ แต่ถ้าเราเลือกที่จะเล่นเกมบุก และบุกต่อไปจนยิงนำห่างได้นั่นแหละ ถึงจะเป็นการปิดเกมที่แท้จริง

ไม่ใช่ลงไปตั้งรถบัส รอชะตาขาดแบบไร้อนาคตอย่างที่เคยเป็นมาหลายปี

4. เกมรุกและบอลวันทัช

คืนนี้สิ่งที่โดนเด่นมากๆคือวิธีการเล่นเกมรุกของแมนยู อย่างที่บอกไปแล้วว่า จริงๆแล้วพวกเราเล่นกันแบบนี้ได้ โดยเฉพาะตัวรุกหลักห้าคน ที่ตัดลูคาคูกับ อเล็กซิสออกไป (ฮา) เราก็เล่นของเราแบบนี้มานานแล้ว ทั้งแรช หมาก ป็อก ต้า และ ลินการ์ด ต่อบอลกันโบ๊ะบ๊ะโบ๊ะบ๊ะ โคตรมันส์ ดูแล้วลื่นมาก นี่อย่าหาว่าอวยเลยนะ มันเล่นกันแบบนี้ผมกล้าพูดได้เลยว่า นี่คือบอลเกมรุก "ระดับสูง" จริงๆที่ยุคนี้เขาเล่นกัน เราก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าใครเลยถ้าเล่นได้ในมาตรฐานแบบนี้บ่อยๆ

นักเตะดูมีความเข้าใจกันมากๆ และไม่มีใครหวงบอล แต่การต่อบอลกันเร็วสุดๆ สปีดบอลดีมากๆ และไม่เก็บไว้กับตัวนาน บอลมีการออกเท้าสู่เท้าทางเรียบอย่างไหลลื่นตลอด ทำให้คู่แข่งดักทางยากมากๆ และที่สำคัญคือ นักเตะที่ว่านั้น "เคลื่อนที่ตลอดเวลา" ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ และวิธีการเล่นแบบนี้ของพวกเด็กๆ มันไม่เหมือนกับซิตี้ และ ลิพู ซะด้วย สองทีมนั้นต่างกันกับเรา และไม่ได้ใช้บอลวันทัชเช่นนี้

ซิตี้จุดเด่นๆคือการวิ่งสอดไลน์ในจังหวะเปิดจากแถวสอง โดยใช้ความจี๊ดตัวรุก ในขณะที่ บอลของลิพู พวกนี้คือบอลไดเร็คที่เป็นอาวุธชัดเจน โดยใช้ความเร็วของนักฟุตบอลตัวรุกในการวิ่งrun & gun ในพื้นที่เปิด ส่วนทีมเรา เราก็มีสไตล์การบุกวันทัชสปีดเร็วปรี๊ดเช่นนี้เหมือนกัน

ซึ่งถ้าไม่มีทีมเวิร์ค และเซนส์บอลในระดับที่เท่าเทียมกัน ความมั่นใจในกันและกันแล้วละก็ จะไม่มีทางทำได้แน่นอน

5. ความกระตือรือร้นในการเล่น และการวิ่งไล่บีบถึงตัวเร็วในการเป็นฝ่ายรับ

ข้อห้านี้ก็สำคัญไม่ได้ต่างจากเกมรุกสุดมันส์ที่เขียนมาเลย เมื่อใดก็ตามที่คาร์ดิฟฟ์กำลังจะได้บอลบุกกลับมา และบอลถูกส่งมาให้กับตัวรุกพวกเขา นักเตะเราทุกคนคือวิ่งไล่บอลกันเร็วมาก วิ่งทันที วิ่งทุกตัวโดยเฉพาะอีป็อกนี่ชัดเจนมาก ต่างจากก่อนๆหน้านี้เยอะ (ฮาาาาา ไอ้สาดดดดดด!!)

ซึ่งแดนกลางนี่ช่วยกันวิ่งไล่ปิดและบีบได้ดีเลย แถมป็อกบาก็สกัดบอลได้บ่อยครั้งด้วย เช่นเดียวกับเอเรร่าที่คือ ดักทางบอลได้ตลอด แม้กระทั่งตัวฟอร์มดรอปอย่างมาติชเองก็ยังไม่ผิดพลาดตรงนี้ แต่คนที่น่าสนใจและยกย่องมากในการหยุดเกมรุกศัตรูตั้งแต่ต้นน้ำ คือการวิ่งบีบประชิดตัวเร็วมากๆของสองเซ็นเตอร์อย่าง ลินเดอเลิฟ และ ฟิลโจนส์ ที่บีบเข้าถึงเร็วสุดๆ ไม่มีพื้นที่ให้พวกเขาตั้งเกมและหันคมเขี้ยวใส่เลย

ต่างกันมากๆจากก่อนหน้านี้ที่ ศัตรูอยากทำไรก็ทำเลยจ้า เราไปยืนรอป้องกันอยู่แถวๆเดเคอาก็พอเนอะ .. ฮ่วย!

มันเป็นการปิดเกมที่ดีมากเมื่อใช้การเพรสซึ่งเร็วในพื้นที่ครึ่งสนาม คือเข้ามาแดนเราปุ๊บก็ ประชิดตัว อัดเร็วเลยจ้า และก็ไม่จำเป็นต้องไล่เพรสซิ่งสูงถึงแดนเขาด้วย ซึ่งประหยัดพลังงานนักเตะได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องฟิตเป็นม้าบ้า วิ่งเยอะไรขนาดนั้น เพรสครึ่งสนามนี่ผมถือว่ามันดีและเหมาะที่สุดแล้วกับแทคติกการเล่นบอลในยุคนี้ ชมสองเซ็นเตอร์เลย และแดนกลาง หลายๆตัวก็วิ่งไล่สกัดบอลกันได้อย่างดี ทำให้งานของCBสองตัวไม่หนักและไม่ถูกท้าทายมากนัก จนเดเคอาเองก็สบายไปด้วย เจองานหนักแค่ไม่กี่ดอกเอง ซึ่งลดภาระน้องเดได้ดี เมื่อนักเตะหลายๆคนช่วยกัน

ข้อนี้คือ "คีย์แห่งชัยชนะ" ของคืนนี้อีกอย่างที่สำคัญมาก เพราะความตั้งใจมุ่งมั่นของนักเตะ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คิดว่าคงโดนกำชับและสั่งสอนเรื่องจิตใจในการเล่นมาแล้วล่ะ สังเกตได้ว่าทุกคนทุ่มเทกันสุดกำลังเหมือนตัวเองเป็นทีมเล็ก นักเตะธรรมดาๆจริงๆ เล่นไม่ต้องมีอีโก้ว่าข้าคือแมนยูเลย เล่นยังกะอยู่นอกลีกยังไงยังงั้น

ความมุ่งมั่นทุ่มเท คือเอกลักษณ์ของทีมอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนี่ละครับ ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาแล้วนักต่อนักในอดีต

6. การขึ้นเกมรุกจากทุกตำแหน่ง

สมัยก่อนถ้าใครจำได้ แมนยูไนเต็ดมักจะทำประตูได้จากหลายๆคนและหลายๆตำแหน่งในทีม หากตัดยุคนิสเตอรอยไปยุคนึง คือทุกคนสอดมายิงได้ และนั่นโคตรสำคัญที่จะทำให้ทีมยิงได้เยอะ บุกเยอะ วันนี้เห็นกันชัดเจนมากว่า การบุกมาจากทุกทางและทุกตำแหน่งจริงๆ ชัดเจนด้วยนามธรรมจาก 5 ประตู โดยตัวรุกแดนหน้า3ตัวแม่งยิงกันครบเลย แรช เที่ยว ลิน2 แถมด้วยกองกลางอย่างเอเรร่าอีก 1 แถมป็อกก็เกือบยิงได้

นอกจากนี้ทุกคนดูfeel freeมากๆในการเล่นเกมรุก คือเหมือนคนที่ถูกเอาอะไรบางอย่างที่ครอบในหัวออก เหมือนคิรัวร์ที่ถูกถอดเอาเข็มปักบนหัวออกไปนั่นแหละครับ ทุกคนคือเติมเกม ใส่กันยับเลย แบ็คซ้ายอย่างชอว์ก็ดันขึ้นไปกดริมเส้นคาร์ดิฟฟ์ตลอด แถมCBสองตัวนี่ เติมเกมรุกขึ้นสูงไปเองจนคนนึงเกือบจะได้แอสซิสต์มากๆ เสียดายไม่เข้า โดยลินเลิฟจ่ายคิลเลอร์พาสยังกะกลางเทพมาจากไหน (ฮา) ฟิลโจนส์ก็เติมขึ้นไปแทบจะขี่คอป็อกบาอยู่แล้ว

นอกจากจะขี้บุกแล้ว การขึ้นเกมได้จากทุกตำแหน่ง คือสิ่งที่เห็นได้ชัดมากๆในคืนนี้ และนี่คืออีกอย่างที่แมนยูไนเต็ดยุคก่อนมี

7. เงาราชาปีศาจจากนรก และความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีม กลับมาแล้ว100%

ข้อนี้เราน่าจะสัมผัสได้จริงๆ ทั้งนักเตะในสนาม ดูไม่มีแบ่งเขาแบ่งเรา หรือพวกใคร แต่ทุกคนคือมีสายสัมพันธ์ที่ดีและดูเป็นกลุ่มเดียวกันที่ตั้งใจเล่นเพื่อกันและกัน เพื่อทีมมากๆ ในขณะที่ทีมงานข้างสนาม สต๊าฟโค้ช ทุกคนดูมีความกลมเกลียวกันอย่างถึงที่สุด และเราอุ่นใจมากๆที่ได้เห็นคนเก่าแก่ที่รู้วัฒนธรรมของการเอาชนะในรูปแบบแมนยูไนเต็ดดีที่สุด โดยเฉพาะไมค์ฟีแลน กับ โซลชา เวลาคุยด้วยกัน ผมรู้สึกเหมือนกับว่า มีคุณอา มีบอสใหญ่หัวหน้าที่เป็นคนที่เรา "โคตรไว้ใจได้แบบสุดๆ" ยืนคุมทีมข้างสนาม

อุ่นใจแบบที่ว่า เราไม่รู้สึกเลยว่าเราจะแพ้ใคร เวลาที่เห็นคนเหล่านี้ยืนต่อสู้อยู่ข้างสนามหญ้า คล้ายๆเวลาที่เราได้ดูทีมตอนที่มีก็องโต้อยู่ในสนานนั่นแหละ มันได้รับออร่าบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า เราไม่มีทางแพ้แน่ๆ คืนนี้ผมรู้สึกเช่นนั้น ตอนที่เห็นฟีแลนกับโซลชายืนอยู่ข้างสนามด้วยกัน

เพราะชายสองคนนี้มาอยู่ นั่นก็แปลว่า มรดกสำคัญของป๋า ก็ "กลับมาอยู่กับทีม" เราเช่นกัน ก่อนหน้านี้ ผจก คนไหนก็ไม่มีสิ่งนี้เลย การที่ได้ลูกทีมเก่า ลูกน้องเก่าของป๋ามา นั่นแหละ มันคือการสานต่อและนำจุดแข็งแกร่งของป๋ามาทำทีมต่อได้แบบชัดเจน

พูดง่ายๆก็เหมือนมีป๋าข้างสนาม เหมือนมีเงาของราชาปีศาจ ยืนคุมทีมอยู่ด้วยข้างๆนั่นล่ะ นี่คือสาเหตุว่าทำไมศาลาผีถึงอยากได้ลูกหม้อมาคุมทีมมากขนาดนั้น

----------------------------------------------

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเราเห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร แถมมาเป็นรูปธรรมด้วยไม่ใช่นามธรรม เพราะสกอร์1 - 5 แบบนี้ คิดว่าเราไม่ได้เห็นมันมากี่ปีแล้ว ดังนั้นจะบอกว่า ไอ้ที่ผมเขียนทั้งหมดนี่มันคือการอวยเหรอ บอกเลยว่า ไม่ใช่ และการเจอกับทีมเล็กๆ ยังบอกอะไรไม่ได้เหรอ ก็ไม่ใช่อีกเช่นกัน เพราะถ้าปรับเปลี่ยนวิธีคิด และเล่นด้วยความเป็นดั้งเดิมของสโมสรเช่นนี้แล้ว เจอทีมไหนเราก็ไม่ต้องกลัว แม้ว่าเราจะเป็นรองในด้านใดๆก็ตาม

แต่ฟุตบอล เอาแพ้เอาชนะกันด้วยใจเป็นหลัก

ผมเขียนย้ำทุกบทความว่ามันคือเรื่องจริง ดังนั้น คืนนี้ทันทีที่จิตใจของนักเตะและทีมเปลี่ยนไป สกอร์ถล่มทลายที่หายไปหลายปีนับตั้งแต่ป๋าจากไป มันก็เลยกลับคืนมาด้วยอีกครั้ง แค่เพียงปรับใจและสิ่งที่อยู่ในหัวของทุกๆคนให้กลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องแค่นั้นเอง เราก็ทำได้แบบที่เราต้องการ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ คือความสุขของแฟนแมนยูไนเต็ดแบบที่เราคุ้นเคยเดิมๆ แบบเต็มที่100% และผมเชื่อว่า โซลชาจะนำความสำเร็จกลับคืนมาสู่เราได้ทีละเล็กทีละน้อย จนกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมได้ในที่สุด

เพราะหางเสือแห่งความคิดเมื่อมันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว เราน่าจะไปถึงจุดหมายได้ในที่สุด แม้จะนาน แม้จะต้องแก้ไขและปรับทีมอีกเยอะก็ตาม เรามองในความเป็นจริงเราก็ยังเป็นรองทีมใหญ่ๆอยู่ แต่อย่างน้อย ปรับความคิดเบื้องต้นแล้ว ต่อไปเราจะทำอะไรมันก็มีความหวังอย่างแน่นอน

คืนนี้ผมไม่ได้บอกว่า เรากำลังจะกลับมาเอาแชมป์แล้ว เราจะกลับมายิ่งใหญ่ ในความเป็นจริงคือ มีปัญหาหมักหมมมากมายที่สะสมมาหลายปีที่เราต้องค่อยๆแก้ไปทีละนิด ในเรื่องของดีเทลและรายละเอียดในเชิงฟุตบอล นี่คือความเป็นจริง เราอาจจะไปแพ้รัวๆในช่วงปีหน้า แต่อย่างน้อยช่วงต้นนี้ที่ได้เจอทีมไม่ยากมาก ก็เป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้เป็นอย่างดีจริงๆ

ผมเชื่อมั่นมากๆว่า หลังจากนี้ทุกนัด เราจะไม่ต้องเห็นคอมเม้นประเภทที่ว่า ฝากแอดดูด้วยนะครับ/ค่ะ หรือ พรุ่งนี้งานเช้า รอดูไฮไลท์แล้วกัน ไม่ต่างกันหรอกแอด (ฮา) หรือ ดูแมนยู รอครึ่งหลังละกันลุง... แต่นับจากนี้ การดูแมนยูไนเต็ดจะกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยที่จะได้ดูกันในทุกๆนัดอย่างแน่นอน ถ้าตะบี้ตะบันบุกไม่หยุดแบบนี้ ความรู้สึกในการดู ความมันส์ สะใจในการดู มันต่างกันมาก

ความรู้สึกของประตู 1 - 5 มันต่างออกไปจากประตูอื่น ผมรู้สึกตื้นตันจริงๆว่า ใช่.. นี่มันทีมเราแน่นอน เรากลับมาเป็นทีม เรากลับมาเป็นปีศาจแดงตนเดิม ที่ทุกคนต้องกลัวในจิตใจนักสู้อันเป็นเอกลักษณ์ของทีมแล้ว เหมือนคนที่เก็บกดที่ล้มเหลวและเสียใจ อัดอั้นในการเชียร์มาตลอดหลายปี วันนี้เหมือนเป็นเวลาที่การรอคอยมันจบลงเสียที ความอัดอั้นถูกปลดปล่อยออกแล้ว

นับจากนี้ไป การรอดูแมนยูทุกนัด คือความสุขของแฟนผีอย่างแน่นอนผมรับประกัน

ให้คะแนนกันแบบฟินๆรายตัว

De Gea - 7 ลูกเซฟเทพลูกนั้นลูกเดียวก็มากพอที่ผมจะยกให้กับการเซฟระดับโลก ของโกลที่เก่งที่สุดในโลกคนนึงของยุคนี้แล้ว เดเคอาที่อยู่คนสุดท้ายในเกมรับ ก็ยังอุตส่าได้โชว์ร่างSuper Wukong ราชาวานร บินปัดเป็นลิงลม เป็นช็อตเซฟเทพเจ้าจริงๆ

Shaw - 6.7 น้องชอว์ของเราวันนี้ขึ้นไปช่วยเกมบุกได้ดีมากๆ คืออาจจะไม่ได้พุ่งทะลุไปด้วยตัวเอง แต่เติมเกมสูงในลักษณะที่ "กดพื้นที่" ของฝั่งตรงข้ามให้เหลือน้อยมากๆเพราะเขาเติมขึ้นไปช่วยตัวรุกและมิดฟิลด์เราทำเกมบุกตลอด ซึ่งมันดีมากๆ การดันสูงเช่นนี้ทำให้ประสิทธิภาพเกมรุกของทีม สามารถบุกใส่ได้ต่อเนื่องสุดๆ

Young - 6.5 เป็นพี่ใหญ่ของทีมที่เป็นแกนหลักเรื่องการกระตุ้น และพลังใจน้องๆได้ดีที่สุด นัดนี้ถูกให้เล่นในตำแหน่งไม่ถนัดเท่าไหร่อย่างที่รู้กัน การเติมเกมจึงไม่มีเลย แต่ก็ช่วยต่อเกมได้ดี และมีลูกเบรคตัวรุกริมเส้นให้ไม่ได้ทำเกมไปจี้กองหลังเราเลย บทบาทน้อยไปแต่ก็น่าชื่นชมตรงที่อุดรูรั่วตำแหน่งนี้ให้ทีมเราได้อย่างมีประสบการณ์

Lindelof - 7 วันนี้ชอบไอ้เลิฟมากกว่าโจนส์นิดหน่อยตรงที่ ผมรู้สึกว่า มันบู๊มากกว่าปกติมากๆ วิ่งไล่บวก ไล่บี้แบบถึงตัวล้มลุกคลุกคลานมากกว่าปกติที่ดูหงิมๆ เหมือนร่างหัวโล้นมันกลับมาอีกครั้งนั่นแหละ และทางบอลก็ยังดีเช่นเดิม บังบอลดี ใจสู้ วิ่งไล่เร็ว แถมเติมขึ้นมาตั้งเกมได้อีกหลายครั้งจนเกือบได้แอสซิสต์ ประทับใจม๊ากมาก

Jones - 6.5 บทบาทน้อยแต่ว่า วิ่งบีบเร็วหยุดจุดเริ่มต้นเกมรุกของคาร์ดิฟฟ์ได้หมดจด และไม่ต้องลำบากอะไรมากในวันนี้ เมื่อเพื่อนในแดนกลางเก็บงานให้อย่างเนี้ยบ หลุดมาเดี่ยวกับโจนส์คือ ไม่มีเลย และแค่บอลจะมาถึงตัวที่เขาจ้องประกบ โจนส์พุ่งเข้าถึงตัวเร็วมากๆ หลายคนอาจจะมองไม่เห็น แต่ตรงนี้ผมว่าสำคัญจริงๆ เพราะถ้าหยุดไม่ให้มันเริ่มบุกได้ เราจะไม่ต้องเสียวกับเกมรับเราเองเลย

Matic - 6.5 คนที่บทบาทน้อยที่สุดในสนามผมคิดว่าเป็นมาติช แต่ถึงกระนั้นเอง มาติชที่เคยฟอร์มติชๆขัดๆ วันนี้ก็เล่นได้ดีและไม่ก่อความผิดพลาดอะไรเลย ช่วยต่อบอลกับกลางไดนาดมอย่างเอเรร่า และป็อกบาได้อย่างดีมากๆ บอลสั้นแกะออกจากแดนอันตรายก็ทำได้ดี มาติชเล่นดีก็ไม่ควรจะด่าด้วยอคติอะเนาะ ตามเนื้อผ้า

Herrera - 7.5 นี่คือมิดฟิลด์ที่ผมประทับใจที่สุดในสนาม ทั้งความฉลาดในการเล่น ความบู๊บุกตะลุย และที่สำคัญเซนส์ในการเล่นเกมรุกก็มีเป็นไม้ตายก้นหีบอยู่ แต่รวมๆชอบความขยันและส่วนร่วมกับเกมเยอะมาก ได้ทั้งรุก และรับก็ดีเพราะแม่งวิ่งไล่ยังกะหมาบ้าแถมสกัดบอลเก่งดี มีบอลคอนเนคกับป็อกบาบ่อยสุดๆในการยืนกลางคู่กันและสลับกันรุก เรียกง่ายๆว่า เฉพาะเอเรร่าคือ วิ่งพล่านทั่วสนามและช่วยเกมได้ทั้งรุกและรับ เจ๋งสุดๆ แถมยิงประตูได้ด้วย วันนี้เล่นดีมากๆ แถมดูเซนส์บอลก็ทันกับป็อกดี

นี่แหละตัวยืนคู่ป็อกที่แท้จริง

Pogba - 7.5 ตัดอคติ ตัดเรื่องเก่าๆออกไปให้หมดก่อน ผมจะไม่พูดถึง แต่วันนี้เอาเรื่องฟอร์มและการเล่นล้วนๆที่ดูจะขยัน และมุ่งมั่นตั้งใจเล่นจริงๆ ไม่ทำเป็นเหยาะแหยะ .. ถ้าขยันเล่น วันนี้ก็คือคะแนนของนัดนี้ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน คืนนี้ผมก็คิดว่าป็อกบาเล่นได้ดีตามมาตรฐานปกติของตัวเอง ยังทำได้ดีเหมือนคนที่ผมเคยให้mvpบ่อยๆอยู่ การออกบอลได้ดีเหมือนเคย มีลูกไล่เกมรับ ช่วยป้องกันได้ด้วย ก่อนหน้านี้ไม่ไล่บอลเบยนะมึง (ฮา) และหาจังหวะส่องไกลเสียวๆมากๆได้หลายครั้ง เป็นอาวุธแถวสองสุดอันตราย

แต่สิ่งที่ทำให้ป็อกได้คะแนนสูงจัดวันนี้ มันคือ "การเล่นเป็นทีมเวิร์ค" ที่ป็อกทำให้ตัวรุกของเราเล่นง่าย และบอลไหลลื่นเคลื่อนที่ตลอดเวลา ซึ่งผมชื่นชมป็อกมากกกกกก ในจุดนี้ เพราะได้คนรู้ใจเขาสองคนมาเล่นด้วยกัน ทั้ง มาร์กซิยัล และ ลินการ์ด สองเพื่อนซี้ของป็อกที่รู้ทางบอลกันอย่างดี รวมถึงแรชเองอีกคนด้วย บอลที่เกิดขึ้นจึงเป็นบอลเร็วเหนือชั้นแบบที่สามารถเจาะทะลวงอย่างมีประสิทธิภาพและ ไม่กี่นาทีเราก็สามารถปั้นโอกาสยิงอันตรายๆได้อย่างนับไม่ถ้วน จนวันนี้เขาได้ไปคนเดียว 2 แอสซิสต์ .. เห็นไหมครับว่าสถิติมันฟ้องจริงๆ

นี่คือความสำคัญของป็อกบา นั่นก็คือ การเล่นเป็นตัวซัพให้กับเหล่าอาวุธสังหารในแดนหน้าของทีมเรานั่นเอง เล่นเป็นศูนย์กลางของทีมได้ดีจริงๆอย่างที่โซลชาวางเป้าหมายกับตัวเขาเอาไว้

Martial - 7.5 คะแนนสูงเท่ากันเลย เนื่องด้วยส่วนร่วมกับเกมของน้องหมากเยอะมากกก และการลากเลื้อย จ่ายบอลสั้นให้เพื่อนเข้าจุดยิงนี่คือ เข้าเป้าเกือบหมด ส่วนร่วมเยอะมาก ทำเกมได้โหดมากๆได้น้ำได้เนื้อที่สุดแล้ว และประตูที่3 คือการเล่นเกมรุกทีมเวิร์คเฉพาะตัวของทีมเราที่โคตรพ่อโคตรแม่โหดสัสฌองเซลิเซ่สุดๆ ชิ่งบอลกันยังกะเป็นเทพลงมาเล่นบอลโชว์มนุษย์โลกซะยังงั้น สวยงามและคมกริบยังกะเพชรฆาตจริงๆ

ถ้าบนฟ้ามีซุปเปอร์แมน ใต้น้ำมีอควาแมน ที่เมืองแมนเชสเตอร์เราก็มีเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างอยู่เช่นกัน

Rashford - 7.5 น้องแรชเล่นได้ในระดับเดียวกับเที่ยว ป็อก ลินการ์ดเลย ผมว่าสามตัวนี้ คือนักเตะตัวรุกตัวจริงที่ต้องคงไว้ยาวๆแล้วละ โดยไม่ต้องเกรงใจไอ้เบอร์9ให้เสียทรงอีกแล้ว เมื่อน้องแรชเล่นหน้าเป้าตัววิ่งจู่โจมได้อย่างเนียนตาและอันตรายสุดๆด้วยการรอวิ่งชิงไลน์ และใช้ความเร็วในการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทุกรูปแบบ ทั้งการป้องกันลึก และการสวนกลับโดยใช้ความเร็วจู่โจมใส่พื้นที่ว่าง แรชโคตรอันตรายจริงๆ และลูกยิงฟรีคิกเต็มตีนลักษณะนี้ยังเป็นsignatureที่ประมาทไม่ได้ ยังคงอันตรายทุกระยะอยู่เพราะแม่งยิงแรงจริงๆ

การมีแรชฟอร์ดอยู่ ทำให้เกมรุกของเราหลากหลายและอันตราย ฝากฝังประตูได้เสมอๆ ปลื้มมากที่น้องแรชเรากลับเข้าฝั่งมาหลายนัดแล้ว ดีใจจังน้องเอ๊ย

Messi - 8 ต้องบอกเลยว่า คืนนี้คือคืนแห่งการปล่อยของ ของผู้ชายคนนี้อย่างแท้จริง เมื่อในที่สุด การปลดปล่อยสวัสดิกะของเจสซี่ ลินการ์ด ก็สำแดงเดชให้เราได้เห็นกันอีกครั้ง เมื่อกดอัลติเมทปลดปล่อยร่า
ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวบุนเดสลีกา ข่าวกัลโช่เซเรียอา ข่าวลาลีกา โปรแกรมฟุตบอลวันนี้ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก โปรแกรมบุนเดสลีกา โปรแกรมกัลโช่เซเรียอา โปรแกรมลาลีกา วิเคราะห์บอลวันนี้ วิเคราะห์พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บุนเดสลีกา วิเคราะห์กัลโช่เซเรียอา วิเคราะห์ลาลีกา ดูบอลออนไลน์ ดูบอลผ่านเน็ต ดูบอลสด ผลบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ผลบอลเมื่อคืนนี้ ผลบอลเมื่อวาน ไฮไลทล่าสุด ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ไฮไลท์บุนเดสลีกา ไฮไลท์กัลโช่เซเรียอา ไฮไลท์ลาลีกา ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตารางคะแนนบุนเดสลีกา ตารางคะแนนกัลโช่เซเรียอา ตารางคะแนนลาลีกา ตารางคะแนนยูฟ่า ตารางคะแนนยูโรป้า
ติดตามผลบอลสดกับทาง pollball.in.th สดซะยิ่งกว่าของในตลาดสดเสียอีก! กับการอัพเดตฉับไว ราวกับนั่งอยู่ขอบสนามเอง เพื่อไม่ให้ท่านพลาดทุกความเคลื่อนไหว มีให้เลือกมากมายหลากหลายลีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งลีกไทย หรือ ลีกต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถเช็คผลบอลย้อนหลังได้อีกด้วย สามารถอัพเดตผลบอลสดได้แล้ววันนี้ผ่านทั้งทางมือถือ และ คอมพิวเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง